https://li01.tci-thaijo.org/index.php/STJS/issue/feed
Journal of SciTech-ASEAN
2026-06-22T14:47:42+07:00
รองศาสตราจารย์ ดร.เตชภณ ทองเติม
spsc_network@hotmail.com
Open Journal Systems
<div class="page" title="Page 2"> <div class="layoutArea"> <div class="column"> <p style="font-weight: 400;"><strong>Journal of SciTech-ASEAN (JSTA) </strong>เร่ิมพิมพ์ เผยแพร่ในรูปแบบวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (Online) ในปี พ.ศ. 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการด้านวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติ และเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา นักวิจัย และอาจารย์ ในด้านการ ศึกษาและวิจัย โดยวารสารได้รับการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการจาก ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) และได้รับผลการประเมินให้วารสารอยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่มที่ 1 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2568 และได้รับการรับรองต่อเนื่องจนไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572</p> <p> การดำเนินการจัดทำวารสารดังกล่าว กำหนดเผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน) และ ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม) โดยตีพิมพ์เผยแพร่บทความในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Online) เลข ISSN 3088-2575 ซึ่งวารสารดำเนินการเผยแพร่บทความในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Online) เป็นหลักตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 หรือวารสารปีที่ 2 ฉบับที่ 1 </p> </div> </div> </div> <p>บทความทุกบทความจะ<strong>ต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่านที่มาจากหลากหลายสถาบัน</strong> และใช้กระบวนการปิดบังชื่อผู้แต่งและผู้ทรงคุณวุฒิในการพิจารณาบทความ</p> <p>บทความที่ได้รับการเผยแพร่ทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ</p> <p> </p> <p> </p>
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/STJS/article/view/270346
ผลของการนวดแบบมวยไทย การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และการนั่งพักที่มีต่อการฟื้นสภาพ ของอัตราการเต้นของหัวใจ ความแข็งแรงของขา และความอ่อนตัว ในนักกีฬาเซปักตะกร้อชายมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
2026-01-21T14:21:22+07:00
ภัทรพล ทองนำ
jeffyswucukku@srru.ac.th
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการนวดแบบมวยไทย การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และการนั่งพักที่มีต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ความแข็งแรงของขา และความอ่อนตัว ในนักกีฬาเซปักตะกร้อชาย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักกีฬาเซปักตะกร้อชายมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จำนวน 12 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเท่า ๆ กัน ด้วยการสุ่มอย่างง่าย แบบจับฉลาก ศึกษาการฟื้นสภาพระหว่างการพักระหว่างเซต 3 รูปแบบ ประกอบด้วยการนวดแบบมวยไทย การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และการนั่งพัก กลุ่มตัวอย่างชุดเดียวกัน ปฏิบัติการทดลองทั้ง 3 รูปแบบ และการทดลองแต่ละครั้งเว้นระยะห่างกันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ทดสอบอัตราการเต้นของหัวใจ ความแข็งแรงของขา และความอ่อนตัว หลังการฝึกแต่ละครั้ง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ เปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ เมื่อพบความแตกต่างจะใช้การวิเคราะห์เป็นรายคู่ด้วยวิธีของตูกี กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยพบว่าการฟื้นสภาพด้วยการนวดแบบมวยไทย การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และการนั่งพักสามารถช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจขณะพักได้ ไม่พบความแตกต่างในความแข็งแรงของขา และความอ่อนตัวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โค้ชสามารถนำรูปแบบการฟื้นสภาพดังกล่าวไปใช้กับกีฬาเซปักตะกร้อเพื่อช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจได้</p>
2026-06-22T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of SciTech-ASEAN
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/STJS/article/view/271569
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความสุขและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุ ของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในชุมชนชนบท
2026-05-06T13:49:14+07:00
เตชภณ ทองเติม
jeerananka@g.swu.ac.th
จีรนันท์ แก้วมา
jeerananka@g.swu.ac.th
<p>การเข้าสู่สังคมสูงวัยของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ในชุมชนชนบทเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น แต่หลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความสุขและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุยังมีอยู่อย่างจำกัด การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความสุขและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในชุมชนชนบท กลุ่มตัวอย่างคือบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศอายุ 40 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทของจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 220 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบลูกโซ่ผ่านเครือข่ายสังคมบนฐานของความไว้วางใจ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามชนิดตอบด้วยตนเองที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้านความตรงเชิงเนื้อหา (IOC = 0.88) และความเชื่อมั่น (Cronbach’s alpha = 0.87) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอนย้อนกลับ ผลการศึกษาพบว่า การสนับสนุนจากครอบครัวเป็นปัจจัยเดียวที่มีความสัมพันธ์กับความสุขอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = 0.376, <em>p </em>< 0.001) โดยอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 14.2 (R² = 0.142) ขณะที่ความสัมพันธ์ทางสังคมเป็นปัจจัยเดียวที่สัมพันธ์กับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (β = 0.168, <em>p</em> = 0.012) โดยอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 2.8 (R² = 0.028) ข้อค้นพบสะท้อนให้เห็นว่า ภายใต้บริบทชนบทที่มีข้อจำกัดด้านระบบสวัสดิการและการสนับสนุนเชิงโครงสร้าง การยอมรับจากครอบครัวและความสัมพันธ์ทางสังคมอาจทำหน้าที่เป็นทรัพยากรทางจิตสังคมที่สำคัญต่อความมั่นคงทางอารมณ์และความพร้อมในชีวิตช่วงสูงวัยของกลุ่ม LGBTQ+ อีกทั้งผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับการพัฒนากระบวนการสุขศึกษา การส่งเสริมสุขภาพชุมชน และการออกแบบสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เอื้อต่อการสูงวัยอย่างมีคุณภาพในชุมชนชนบทของไทยในอนาคตได้</p>
2026-06-22T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of SciTech-ASEAN