https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/issue/feed วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย 2025-12-30T23:34:15+07:00 นางสาวนราวดี เฉพาะตน apheitoffice@gmail.com Open Journal Systems https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/268975 การใช้กัญชาทางการแพทย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาและในประเทศไทย 2025-08-29T08:28:25+07:00 ดลชาย ไมเคิล จิรสันติ์ donchai_michaels@hotmail.com ศิริรัตน์ ชูสกุลเกรียง donchai_michaels@hotmail.com ศุภชัย ศุภลักษณ์นารี ddonchai_michaels@hotmail.com <p>บทความนี้วิเคราะห์วิวัฒนาการการใช้กัญชาทางการแพทย์ในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย กัญชาประกอบด้วยสารสำคัญสองชนิดที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ ได้แก่ CBD (Cannabidiol) ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อจิตประสาท ช่วยลดความวิตกกังวล ลดอาการเจ็บปวด และบรรเทาการอักเสบ และ THC (Tetrahydrocannabinol) ที่มีผลต่อจิตประสาท แต่มีกลไกในการบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดอาการคลื่นไส้ และกระตุ้นความอยากอาหาร สถานะทางกฎหมายของกัญชาทางการแพทย์มีความแตกต่างกันมาก ในสหรัฐอเมริกา กัญชายังคงถูกจัดให้เป็นสารควบคุมประเภทที่ 1 แม้ว่าแคลิฟอร์เนียจะเป็นรัฐแรกที่อนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ในปี 1996 และโคโลราโดในปี 2012 ที่อนุญาตการใช้เพื่อการนันทนาการ ในขณะที่ประเทศไทยมีแนวทางที่ระมัดระวังมากกว่า โดยมีการแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดในปี 2019 อนุญาตการใช้กัญชาทางการแพทย์ภายใต้การควบคุมจากกระทรวงสาธารณสุขทั้งสองประเทศแสดงให้เห็นถึงแนวทางที่แตกต่างกันในการควบคุมการใช้กัญชา ทั้งนี้เพื่อลดความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน</p> 2025-12-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/268199 การศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพรอยลายนิ้วมือแฝงหลังการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมือชนิดต่าง ๆ ที่บันทึกผ่านเครื่องสแกนลายนิ้วมือ 2025-06-30T08:56:07+07:00 อภิสรา ปรุงศักดิ์ apisara.prungs@gmail.com วรธัช วิชชุวาณิชย์ woratouch_w@yahoo.com <p>การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมือ 4.ชนิด คือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ น้ำมันบำรุงผิว ครีมบำรุงมือ และปิโตรเลียมเจลลี่ และระยะเวลาหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ต่อคุณภาพของรอยลาย นิ้วมือแฝง ที่บันทึกผ่านเครื่องสแกนลายนิ้วมือ โดยให้อาสาสมัครทำการประทับลายนิ้วมือหลังใช้ผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 ชนิด บนเครื่องสแกนลายนิ้วมือในช่วงเวลาหลังใช้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน แล้วนำไปวิเคราะห์คุณภาพด้วยระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (AFIS) โดยพิจารณาจากจุดลักษณะสำคัญพิเศษ (minutiae) ผลการศึกษาพบว่า ประเภทของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ไม่มีผลต่อคุณภาพรอยลายนิ้วมือแฝง ที่บันทึกจากเครื่องสแกนลายนิ้วมือ.ปิโตรเลียมเจลลี่ให้ความคมชัดของรอยลายนิ้วมือดีที่สุด รองลงมาคือ ครีมบำรุงมือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ และน้ำมันบำรุงผิวมือตามลำดับ ระยะเวลาที่แตกต่างกัน ไม่มีผลต่อคุณภาพของรอยลายนิ้วมือแฝง แสดงให้เห็นว่า รอยลายนิ้วมือแฝงที่บันทึกด้วยเครื่องสแกนลายนิ้วมือมีคุณภาพสูง สามารถตรวจนับจุดลักษณะสำคัญพิเศษ 10 จุดขึ้นไป เพียงพอต่อการใช้ระบุตัวบุคคลได้อย่างแม่นยำ แม้ว่าจะมีการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมือก่อนทำการบันทึก</p> 2025-12-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/268235 การควบคุมการสั่นไหวของอาคารโดยใช้ถังเก็บน้ำ 2025-07-02T10:06:36+07:00 สงวน วงษ์ชวลิตกุล sanguan1234.sv@gmail.com <p>วัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อควบคุมการสั่นไหวของอาคารโดยใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ อาคารที่ใช้ในการศึกษาทำการจำลองแบบรวมมวล ( lumped mass model ) โดยใช้อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 6 ชั้น ที่มีการออกแบบเผื่อให้รับการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักได้ไม่เกิน 40%ของน้ำหนักมวลชั้นที่ 6 และใช้คลื่นความเร่งแผ่นดินไหว El Centro ที่มีความรุนแรงระดับ 2g (ความเร่งของโลก) เป็นแรงกระทำ โดยการติดตั้งถังเก็บน้ำร้อยละเทียบกับน้ำหนักมวลของชั้นบนสุด กรณีที่ 1 ติดตั้งถังเก็บน้ำร้อยละ 10 ของน้ำหนักมวลรวม กรณีที่ 2 ติดตั้งถังเก็บน้ำร้อยละ 20 ของน้ำหนักมวลรวม และ กรณีที่ 3 ติดตั้งถังเก็บน้ำร้อยละ 30 ของน้ำหนักมวลรวม ผลการศึกษาเมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีถังเก็บน้ำ พบว่า กรณีที่ 1 สามารถลดการสั่นไหวลงได้ถึงร้อยละ 15.22 กรณีที่ 2 สามารถลดการสั่นไหวลงได้ถึงร้อยละ 28.21 และ กรณีที่ 3 สามารถลดการสั่นไหวลงได้ถึงร้อยละ 40.95 ตามลำดับ ผลการจำลองสถานการณ์ดังกล่าวจะเห็นว่ากรณีที่ 1 สามารถลดการสั่นไหวได้ร้อยละ 15.22 นั้นน่าจะเพียงพอต่อการลดการสั่นไหวของอาคารได้</p> 2025-12-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/268265 การศึกษาการลดความเสี่ยงทางการยศาสตร์และการป้องกันอาการบาดเจ็บจากท่าทางการทำงานในขั้นตอนการประกอบชุดยกของงานเครน 2025-07-04T10:27:59+07:00 ศุภลักษณ์ สุวรรณ supaluck@northcm.ac.th นิกกี้ เมลานี ซายิค supaluck@northcm.ac.th <p>วัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อศึกษาการลดความเสี่ยงและการป้องกันอาการบาดเจ็บจากท่าทางการทำงานของผู้ปฏิบัติงานเครนในตำแหน่ง Rigger (ผู้ผูกมัด) ณ โครงการ HOW3 ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยอิงหลักการทางการยศาสตร์ และใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงด้วยแบบประเมิน Rapid Entire Body Assessment (REBA) เพื่อวิเคราะห์ท่าทางการทำงานในแต่ละขั้นตอน ผลการศึกษาพบว่าระดับความเสี่ยงเฉลี่ยใน 3 ขั้นตอนการทำงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับความเสี่ยงสูงมาก (คะแนน ³11) สู่ระดับความเสี่ยงปานกลาง (ช่วงคะแนน 4-7) ภายหลังการดำเนินการอบรมพนักงานให้มีความรู้และตระหนักถึงท่าทางการทำงานที่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ในทุกขั้นตอน รวมถึงการออกแบบและนำบันไดแบบขั้น (Step Ladder) มาใช้ในการปรับระดับความสูงของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อลดการเอื้อมและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากท่าทางที่ไม่เหมาะสม การใช้บันไดแบบขั้นส่งผลให้ระดับการบาดเจ็บจากการทำงานลดลง พนักงานมีความพึงพอใจในระดับสูง แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการประยุกต์ใช้หลักการยศาสตร์ ในการส่งเสริมความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน</p> 2025-12-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/269923 ปัญหาและอุปสรรคของการช่วยเหลือชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นและยืนยันการเสียชีวิตของนักฉุกเฉินการแพทย์ : กรณีศึกษาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2025-12-30T19:51:22+07:00 ณัฐวุฒิ คำกล่าว nutarwod.pmd@gmail.com วรธัช วิชชุวาณิชย์ Woratouch_w@yahoo.com <p>งานวิจัยเพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค และบทบาทหน้าที่ของนักฉุกเฉินการแพทย์ ที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในการช่วยชันสูตรพลิกศพ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ทำการสัมภาษณ์นักฉุกเฉินการแพทย์ที่ทำงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีประสบการณ์ออกปฏิบัติการณ์ภายใต้คำสั่งของศูนย์เอราวัน สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร จำนวน10 คน ร่วมให้ข้อมูล เก็บข้อมูลระหว่าง กันยายน 2567 – ตุลาคม 2567 ผลการศึกษาพบว่า ด้านปัญหาและอุปสรรคที่นักฉุกเฉินการแพทย์พบระหว่างออกเหตุที่มีผู้เสียชีวิต ได้แก่ ญาติหรือเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิตยังรับมือกับการสูญเสียไม่ได้ ญาติของผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิตให้ประวัติสวนทางกับสิ่งที่ชุดปฏิบัติการณ์ตรวจพบ และปัญหาจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาปฏิบัติงานล่าช้า การไม่มีการปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุและกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกไป ด้านบทบาทหน้าที่การช่วยชันสูตรพลิกศพ พบว่า นักฉุกเฉินการแพทย์ 80% เห็นด้วยที่จะให้มีการช่วยชันสูตรพลิกศพ และ 20% ยังไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการช่วยชันสูตรพลิกศพของนักฉุกเฉินการแพทย์ จึงควรจะมีการศึกษาบทบาทหน้าที่การช่วยชันสูตรพลิกศพโดยนักฉุกเฉินการแพทย์มากขึ้นในอนาคต</p> 2025-12-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย