APHEIT Journal (SCIENCE and Technology) https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science en-US apheitoffice@gmail.com (นางสาวเพชรราตรี เฉพาะตน) apheitoffice@gmail.com (นางสาวเพชรราตรี เฉพาะตน) Thu, 30 Jun 2022 19:23:27 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การเปรียบเทียบประสิทธิภาพเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์สำหรับเครื่องยนต์อากาศยาน https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/254844 <p>งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโมเดลการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ของเครื่องยนต์อากาศยานด้วยเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องและเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการคาดการณ์ความเสียหายของแต่ละเทคนิคเพื่อหาเทคนิคที่มีความเหมาะสม โดยใช้ชุดข้อมูลจากโมเดลใหม่ของ Commercial Modular Aero-Propulsion System Simulation (N-CMAPSS) ในการฝึกฝนและทดสอบโมเดลในการคาดการณ์ความเสียหาย ชุดข้อมูลดังกล่าวเป็นชุดข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์อากาศยานแบบ Turbofan จากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการทำนาย (The Prognostics Center of Excellence) ของศูนย์วิจัยนาซาเอมส์ (NASA Ames Research Center) เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องทั้งหมด 5 เทคนิคได้แก่ ต้นไม้ตัดสินใจ ป่าแบบสุ่ม ขั้นตอนวิธีเพื่อนบ้านใกล้สุด โครงข่ายประสาทเทียม และ Gradient Boosting with XGBoost ถูกนำมาใช้สำหรับสร้างโมเดลเพื่อคาดการณ์ความเสียหาย ในส่วนของการประเมินโมเดลใช้ค่าสัมประสิทธิ์การกำหนด (R<sup>2</sup>) และค่ารากที่สองของความผิดพลาดกำลังสองเฉลี่ย (RMSE) จากการฝึกฝนและทดสอบโมเดลทั้งหมด 5 เทคนิคพบว่าเทคนิคโครงข่ายประสาทเทียมให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดด้วยค่าสัมประสิทธิ์การกำหนดเท่ากับ 0.7578 และค่ารากที่สองของความผิดพลาดกำลังสองเฉลี่ยเท่ากับ 0.0016</p> วิรากานต์ กิตติบวรกุล, ศรายุทธ นนท์ศิริ, พิชิตชัย คำอินทร์ Copyright (c) 2022 APHEIT Journal (SCIENCE and Technology) https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/254844 Thu, 30 Jun 2022 00:00:00 +0700 การประดิษฐ์ยาสีร้อนสำหรับงานเครื่องประดับจากการใช้วัตถุดิบหลัก (แร่ควอตซ์) ในแหล่งจังหวัดจันทบุรี https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/254812 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประดิษฐ์ยาสีร้อนสีเขียวที่มีเฉดสีเทียบเคียงกับยาสีร้อนที่นำเข้าจากต่างประเทศหรือสร้างเฉดสีเขียวใหม่ จากการใช้แหล่งวัตถุดิบซิลิกาภายในประเทศ จากแหล่งแร่ควอตซ์ ในตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โดยศึกษาคุณสมบัติต่าง ๆ ของยาสีร้อนสีเขียวที่นำเข้าจากต่างประเทศ จากนั้นทำการประดิษฐ์ยาสีร้อนสีเขียว โดยปรับสัดส่วนวัตถุดิบตั้งต้น อ้างอิงตามข้อมูลที่วิเคราะห์ได้จากยาสีร้อนสีเขียวที่นำเข้าจากต่างประเทศและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากนั้นนำต้นแบบยาสีร้อนที่ประดิษฐ์ได้มาเคลือบลงบนแผ่นโลหะทองแดง เพื่อทดสอบความสามารถในการยึดติดกับแผ่นโลหะทองแดง ลักษณะผิวเคลือบและเฉดสีที่ปรากฏจากการสังเกต ผลการทดลองพบว่า องค์ประกอบทางเคมีของยาสีร้อนสีเขียวที่นำเข้าจากต่างประเทศ มีตะกั่วเป็นองค์ประกอบหลักมากกว่า 70 %w/w จัดได้ว่าเป็นแก้วตะกั่ว และมีซิลิกาเป็นองค์ประกอบหลักเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวฟอร์เมอร์ทำให้เกิดเป็นแก้ว มีโครเมียมออกไซด์และคอปเปอร์ออกไซด์เป็นสารทำหน้าที่ให้สีเขียว งานวิจัยนี้สามารถประดิษฐ์ยาสีร้อนสีเขียวที่มีเฉดสีเขียวเข้มได้จากสัดส่วนวัตถุดิบตั้งต้นสูตรที่ 5 โดยมีเหล็กออกไซด์และคอปเปอร์ออกไซด์เป็นตัวที่สร้างแก้วให้มีสีเขียว สามารถนำมาเคลือบลงยาสีร้อนบนแผ่นโลหะทองแดงได้โดยไม่เกิดการแตกร้าวและไม่หลุดออกจากตัวแผ่นโลหะ</p> สุรพงษ์ ปัญญาทา, ภัทรา ศรีสุโข, ภัทรบดี พิมพ์กิ Copyright (c) 2022 APHEIT Journal (SCIENCE and Technology) https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/254812 Thu, 30 Jun 2022 00:00:00 +0700 การศึกษาประสิทธิภาพในการฝังอัญมณีโดยใช้ธุรกิจอัจฉริยะ https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/254847 <p>ปัจจุบันหลายบริษัทในอุตสาหกรรมผลิตเครื่องประดับมีการบันทึกข้อมูลการทำงานของพนักงานฝ่ายผลิต ลงในระบบบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กร (Enterprise resource planning system : ERP) แต่ยังไม่มีการนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร ผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ในการวิจัยนี้ โดยนำข้อมูลของแผนกฝังอัญมณีในปี พ.ศ. 2564 มาศึกษา วิเคราะห์ และสรุปผลออกมาเป็นแผนภาพ โดยการนำ Microsoft Power BI เข้ามาใช้งาน จากการสรุปข้อมูลออกมาเป็นแผนภาพและการวิเคราะห์แล้ว พบว่าประสิทธิภาพการฝังอัญมณีของพนักงานแผนกฝังสามารถทำได้ 1,742 เม็ด ต่อวันโดยเฉลี่ย โดยพนักงาน 17 คน ในแผนกมีค่าประสิทธิภาพเฉลี่ยต่อวันที่แตกต่างกันเนื่องจากหลายสาเหตุ เช่น ทักษะ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญของพนักงานในการฝังอัญมณีแต่ละประเภทที่แตกต่างกัน รวมถึงคุณภาพชิ้นงานที่ถูกส่งต่อมาจากกระบวนการก่อนหน้า ผู้บริหารสามารถนำแผนภาพไปใช้เป็นดัชนี เพื่อพัฒนากระบวนการผลิต หรือเพิ่มทักษะของพนักงานได้ นอกจากนั้นยังพบว่า ประสิทธิภาพในการฝังอัญมณีในแต่ละเดือน มีลักษณะแปรผันตามฤดูกาล ช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพชัดเจนว่า ช่วงเวลาใดของปีที่สามารถทำการทดลองเพื่อปรับปรุงกระบวนการ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่</p> กัญญณัช คุณาบุตร, ศรายุทธ นนท์ศิริ, ณปภัช วิชัยดิษฐ์ Copyright (c) 2022 APHEIT Journal (SCIENCE and Technology) https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/254847 Thu, 30 Jun 2022 00:00:00 +0700 การเปรียบเทียบตัวแบบการพยากรณ์ราคาซื้อขายมันเส้นในประเทศไทย https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/254857 <p>บทความวิจัยนี้นำเสนอการพยากรณ์ราคาซื้อขายมันเส้นในประเทศไทย รายเดือน ส่งมอบ ณ คลังสินค้าจังหวัดชลบุรี ข้อมูลที่ใช้ในการพยากรณ์รวบรวม ตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 ถึง เดือนเมษายน 2565 จำนวน 76 เดือน แนวโน้มของราคาซื้อขายมันเส้นในประเทศไทยสูงขึ้นในแต่ละปี โดยนำเสนอเทคนิคการพยากรณ์ 3 วิธี ได้แก่ วิธีการปรับให้เรียบแบบเอ็กซ์โปแนนเชียลซํ้าสองครั้งของโฮลท์ วิธีการปรับให้เรียบแบบเอ็กซ์โปแนนเชียลพารามิเตอร์เดียวของบราวน์ และวิธีบอกซ์-เจนกินส์ ผลการวิจัยพบว่าทั้งสามวิธีมีประสิทธิภาพในการพยากรณ์ข้อมูลดังกล่าว เนื่องจากให้ค่า MAPE ต่ำ วิธีการพยากรณ์ที่ให้ค่า MAPE ต่ำที่สุดใกล้เคียงกันได้แก่ วิธีการปรับให้เรียบแบบเอ็กซ์โปแนนเชียลซํ้าสองครั้งของโฮลท์ด้วย <img title="\alpha" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?\alpha" />=0.70 <img title="\beta" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?\beta" />=0.90 และ วิธีบอกซ์-เจนกินส์ ด้วยตัวแบบพยากรณ์ ARIMA (1,0,1) ส่วนวิธีการปรับให้เรียบแบบเอ็กซ์โปแนนเชียลพารามิเตอร์เดียวของบราวน์ โดยที่ค่า <img title="\alpha" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?\alpha" /> =0.70 มีค่า MAPE สูงสุด อย่างไรก็ตามวิธีการปรับให้เรียบแบบเอ็กซ์โปแนนเชียลพารามิเตอร์เดียวของบราวน์ให้ค่าพยากรณ์ล่วงหน้าใกล้เคียงกับข้อมูลจริงมากที่สุด โดยให้ค่าพยากรณ์ในเดือน พฤษภาคม 2565 และเดือน มิถุนายน 2565 ในราคา 8.716 บาทต่อกิโลกรัม และ 9.092 บาทต่อกิโลกรัมตามลำดับ</p> ปณิษฐา มีชอบธรรม Copyright (c) 2022 APHEIT Journal (SCIENCE and Technology) https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/254857 Thu, 30 Jun 2022 00:00:00 +0700 ผลของโปรแกรมการสนับสนุนให้พัฒนาตนเองตามหลัก 12 ขั้นตอนต่อการหยุดดื่มของผู้ติดสุรา https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/254446 <p>การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการบำบัดด้วยโปรแกรมการสนับสนุนให้พัฒนาตนเองตามหลัก 12 ขั้นตอนต่อการหยุดดื่มของ ผู้ติดสุราซึ่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ โดยเก็บข้อมูลระหว่างระหว่างเดือน มีนาคม – กรกฎาคม พ.ศ. 2562 กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยโรคติดสุราชาย จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบบันทึกข้อมูลทั่วไป 2) แบบบันทึกการดื่มสุรา และ3) โปรแกรมการสนับสนุนให้พัฒนาตนเองตามหลัก 12 ขั้นตอน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Wilcoxon Matched – Pairs Signed – Ranks test และ Mann Whitney U Test ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีอายุเฉลี่ย 39 ปีและ41 ปี เข้ารับการรักษาเฉลี่ย 11และ9 ครั้ง ส่วนใหญ่มีคู่สมรส จบการศึกษาระดับประถมศึกษาและว่างงาน มีอายุเฉลี่ยการดื่มสุรา ครั้งแรก 18 ปี สาเหตุที่ดื่มส่วนใหญ่คือเพื่อนชวน ชนิดสุราที่ดื่มเป็นสุราขาว ระยะเวลาที่ติดสุราอยู่ในช่วง 6-10 ปี ส่วนใหญ่เคยหยุดสุราได้น้อยกว่า 6 เดือน โดยกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยร้อยละของจำนวนวันหยุดดื่มภายหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .001 และมีค่าเฉลี่ยร้อยละของจำนวนวันดื่มหนักภายหลังการทดลองต่ำกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .001 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการสนับสนุนให้พัฒนาตนเองตามหลัก 12 ขั้นตอน มีประสิทธิผลต่อการหยุดดื่มและการดื่มหนักของผู้ติดสุรา ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของร้อยละจำนวนวันหยุดดื่มและค่าเฉลี่ยของร้อยละจำนวนวันดื่มหนักในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน อาจเนื่องจากกลุ่มควบคุมได้รับการบำบัดในรูปแบบอื่น ๆ ที่ให้ผลใกล้เคียงกัน</p> สุรัช สุนันตา, วงเดือน สุนันตา, วิไล ทิพย์นันท์ Copyright (c) 2022 APHEIT Journal (SCIENCE and Technology) https://li01.tci-thaijo.org/index.php/apheitoffice_science/article/view/254446 Thu, 30 Jun 2022 00:00:00 +0700