วารสารจันทรเกษมสาร
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/crujournal
<p>วารสารที่มุ่งเผยแพร่ความรู้และผลงานด้านการศึกษาและวิจัยในแนวทางสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนแนวคิดหรือความรู้ที่เกี่ยวข้องกับผลงานวิชาการ ระหว่างนักวิชาการในมหาวิทยาลัยกับสังคมภายนอก</p>
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
th-TH
วารสารจันทรเกษมสาร
0858-0006
<p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม</p> <p>ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว</p>
-
ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์บูรณาการร่วมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อสร้างความสามารถในการคิดแบบวิทยาศาสตร์และความตระหนักรู้ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของผู้เรียน ในระดับอุดมศึกษา
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/crujournal/article/view/268107
<p>บทความวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถการคิดแบบวิทยาศาสตร์ของนิสิตปริญญาตรีก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์บูรณาการร่วมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 2) ศึกษาระดับความตระหนักรู้ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ 3) ศึกษาความสามารถในการถ่ายโยงการเรียนรู้ของนิสิต กลุ่มเป้าหมายเป็นนิสิตระดับปริญญาตรี จำนวน 200 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจงเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 100 คน กลุ่มควบคุม จำนวน 100 คน มีการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (Non-Equivalent Control Group Pretest Posttest Design) โดยใช้การวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experiment Research) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่บูรณาการร่วมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 2) แบบทดสอบความ สามารถในการคิดแบบวิทยาศาสตร์ 3) แบบวัดความตระหนักรู้ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ 4) แบบวัดการสะท้อนคิดความสามารถในการถ่ายโยงการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) ความสามารถในการคิดแบบวิทยาศาสตร์ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ t-test for paired sample และการเปรียบเทียบความสามารถในการถ่ายโยงการเรียนรู้หลังการกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ One sample t–test</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มทดลองมีความสามารถในการคิดแบบวิทยาศาสตร์หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) กลุ่มทดลองมีความตระหนักรู้ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนอยู่ในระดับดี และ 3) กลุ่มทดลองมีความสามารถในการถ่ายโยงการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก และมีความสามารถในการคิดแบบวิทยาศาสตร์สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p>
ทิพวรรณ เดชสงค์
มาลินี ลีโทชวลิต
ศักดิพงศ์ พันธ์ไผ่
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-09
2026-03-09
32 1
R1
R16
-
วัฒนธรรมและบุคลิกภาพวัยรุ่นไทยแห่งเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/crujournal/article/view/268086
<p><span style="font-weight: 400;">การวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวัฒนธรรมวัยรุ่นไทยแห่งเทคโนโลยีอุตสาหกรรมตามแนวมานุษยวิทยาวัฒนธรรม และ 2) วิเคราะห์บุคลิกภาพของวัยรุ่นไทยแห่งเทคโนโลยีอุตสาหกรรม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยทางมานุษยวิทยาวัฒนธรรมร่วมกับแนวคิดสัญญะวิทยาและปฏิสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์ กลุ่มเป้าหมาย คือ วัยรุ่นระดับปริญญาตรี จำนวน 50 คน ดำเนินการผ่านกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการที่ให้ผู้เข้าร่วมเขียนเรื่องเล่าชีวิต วาดภาพบุคคล และออกแบบสัญลักษณ์ นำมาวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อสังเคราะห์ประเด็นหลัก ผลการศึกษาพบว่า 1) ด้านวัฒนธรรมวัยรุ่นไทยแห่งเทคโนโลยีอุตสาหกรรมประกอบด้วย 8 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.1) ครอบครัวเป็นแรงผลักดันทางจิตใจและเป้าหมายชีวิต 1.2) การทำงานระหว่างเรียนสะท้อนความสามารถและการวางแผนอนาคต 1.3) ความเงียบในเชิงการเมือง คือ กลยุทธ์เอาตัวรอด 1.4) การเรียนสายอาชีพ คือ หนทางยกระดับคุณภาพชีวิต 1.5) ความเชื่อเป็นพื้นที่เยียวยาจิตใจตนเอง 1.6)สุขภาพได้รับการถ่ายทอดดูแลด้วยวิถีจากครอบครัว 1.7) โลกออนไลน์เป็นพื้นที่สร้างตัวตน และ 1.8) การรวมกลุ่มทำกิจกรรมสร้างพื้นที่ปลอดภัยและการแสดงออกอย่างมีศักดิ์ศรี และ 2) ด้านบุคลิกภาพ พบลักษณะที่หลากหลายและลึกซึ้ง ผสมผสานความมั่นใจ ความเป็นกันเอง ความรับผิดชอบ และทักษะการแก้ปัญหา ผลงานภาพและสัญลักษณ์สะท้อนการก้าวข้ามกรอบเพศ ความคิดสร้างสรรค์ และการเติบโตของอัตลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับโลกดิจิทัล คุณธรรม และการเรียนรู้ตลอดชีวิต แสดงถึงความเป็น “นักเทคโนโลยีอุตสาหกรรมรุ่นใหม่” ที่มีจิตสำนึกทางสังคม ยืดหยุ่น และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่</span></p>
รัจน์ชีวาต์ แซ่ตั๋น
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-24
2026-03-24
32 1
R17
R32
-
องค์ประกอบการนิเทศแบบเสริมพลังของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดเขตตรวจราชการที่ 5
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/crujournal/article/view/267663
<p><span style="font-weight: 400;">บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบการนิเทศแบบเสริมพลังของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดเขตตรวจราชการที่ 5 โดยมีวิธีการดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ เริ่มจากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศเสริมพลังเพื่อสังเคราะห์องค์ประกอบ และตามด้วยการสนทนากลุ่ม จากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อยืนยันและเพิ่มเติมองค์ประกอบที่ได้จากการสังเคราะห์เอกสาร จำนวน 18 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสังเคราะห์เอกสารและประเมินความเหมาะสมเชิงทฤษฎี และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)</span></p> <p><span style="font-weight: 400;">ผลการวิจัย พบว่า องค์ประกอบการนิเทศแบบเสริมพลังของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดเขตตรวจราชการที่ 5 ประกอบด้วย 8 องค์ประกอบ คือ 1) เสริมพลังสร้างความเข้าใจ 2) เสริมพลังกระจายอำนาจ 3) เสริมพลังเครือข่าย 4) เสริมพลังทำงานเป็นทีม 5) เสริมพลังร่วมพัฒนา 6) เสริมพลังสนับสนุน 7) เสริมพลังใจ และ 8) เสริมพลังนิเทศและประเมินผล ซึ่งผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัด ในการส่งเสริมและพัฒนากระบวนการนิเทศการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายการจัดการศึกษาต่อไป</span></p>
สุพัตรา สิงหเสม
วุฒิชัย เนียมเทศ
เรชา ชูสุวรรณ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-24
2026-03-24
32 1
R33
R48
-
การพัฒนาสมรรถนะทางวิชาชีพครูสังคมศึกษารุ่นใหม่ผ่านกระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้และรูปแบบการผลิตนวัตกรทางการศึกษากลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/crujournal/article/view/268659
<p><span style="font-weight: 400;">บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับสมรรถนะทางวิชาชีพของครูสังคมศึกษารุ่นใหม่ก่อนและหลังเข้าร่วมกระบวนการ PLC และ PTRU Model 2) วิเคราะห์ผลของกระบวนการดังกล่าวที่มีต่อสมรรถนะและลักษณะนวัตกรทางการศึกษา และ 3) พัฒนาสมรรถนะทางวิชาชีพผ่านกระบวนการดังกล่าวตามมุมมองของครูพี่เลี้ยงและหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน ประชากร คือ นักศึกษาสาขาวิชาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 4 จำนวน 60 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษา จำนวน 30 คน ใช้วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง และครูพี่เลี้ยง 10 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถามตามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบสังเกตพฤติกรรม ข้อมูลเชิงปริมาณ ใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา</span></p> <p><span style="font-weight: 400;">ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับสมรรถนะทางวิชาชีพหลังเข้าร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในทุกด้าน โดยด้านที่มีการพัฒนาโดดเด่นที่สุด คือ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (4.20) 2) กระบวนการ PLC และ PTRU Model ส่งผลให้นักศึกษาเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนสู่การเป็นนวัตกรทางการศึกษา สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมการสอน 6 กลุ่มที่เชื่อมโยงกับบริบทท้องถิ่น มีทักษะการออกแบบเชิงนวัตกรรม และกล้าใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้ง AI และเกมการเรียนรู้ และ 3) ข้อค้นพบสำคัญนำสู่ 4C Model ระบบนิเวศสร้างนวัตกร ประกอบด้วย การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ความครอบคลุมรอบด้านความคิดสร้างสรรค์ และสมรรถนะวิชาชีพและนวัตกร ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย และโรงเรียน เพื่อผลิตครูฐานสมรรถนะที่มีทักษะศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน</span></p>
ชวิตรา ตันติมาลา
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-12
2026-05-12
32 1
R49
R64
-
จากเมืองพักสั้นสู่การพลิกโฉม: กรอบแนวคิดเชิงฟื้นสร้างเพื่อพัฒนามรดกโลกสู่จุดหมายปลายทางแห่งการเรียนรู้: กรณีศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/crujournal/article/view/269804
<p><span style="font-weight: 400;">บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นเมืองพักสั้นของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2) พัฒนากรอบแนวคิดเชิงฟื้นสร้าง 3) ศึกษาศักยภาพของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ 4) เสนอแนวทางการยกระดับสู่จุดหมายปลายทางแห่งการเรียนรู้ งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานรูปแบบผสานข้อมูล (Convergent Design) เก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากนักท่องเที่ยว จำนวน 400 คน ด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบค่าที (t-test) ร่วมกับข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4 กลุ่ม (ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่) รวม 16 คน และวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา </span></p> <p><span style="font-weight: 400;">ผลการวิจัยพบว่า 1) จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเผชิญภาวะเมืองพักสั้น (นักท่องเที่ยวร้อยละ 75.00 ไปเช้า-เย็นกลับ) สาเหตุหลักจากโครงสร้างพื้นฐานไม่เอื้ออำนวย และการขาดกิจกรรม ยามค่ำคืน 2) กรอบแนวคิดเชิงฟื้นสร้างที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ ธรรมาภิบาลแบบมีส่วนร่วม การออกแบบประสบการณ์เชิงเปลี่ยนผ่าน การสืบทอดมรดกมีชีวิต และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ 3) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีจุดแข็งด้านทุนวัฒนธรรม แต่มีจุดอ่อนด้านกลไกเชิงสถาบันที่ขาดการบูรณาการ และ 4) ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์บัญชาการแบบเบ็ดเสร็จ การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และการส่งเสริมเศรษฐกิจยามค่ำคืน ควบคู่กับการใช้ตัวชี้วัดที่เน้นผลลัพธ์เชิงบวกต่อชุมชนแทนการวัดเชิงปริมาณ ผลการศึกษานี้เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์เพื่อพลิกโฉมเมืองมรดกโลกให้หลุดพ้นจากการท่องเที่ยวเชิงมวลชนอย่างยั่งยืน</span></p>
เจษฎา ความคุ้นเคย
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-12
2026-05-12
32 1
R65
R80