วารสารผลิตกรรมการเกษตร
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/japmju
<p> <strong>วารสารผลิตกรรมการเกษตร (Maejo Journal of Agricultural Production: mJAP)</strong> จัดทำโดยคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยด้านการเกษตรและสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตร วารสารรับพิจารณาต้นฉบับบทความวิชาการในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ บทความวิจัยฉบับเต็ม (Full-length Article) บทความสั้น (Short Communication) และ บทความปริทัศน์หรือบทความประมวลความรู้เชิงวิเคราะห์ (Review Article) โดยบทความที่ส่งมาจะต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์มาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาในวารสารอื่น</p> <p> วารสารรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จากนักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย และนักวิชาการทั้งในและนอกสถาบัน โดยมีค่าธรรมเนียมการดำเนินการ (Article Processing Charge) จำนวน 3,500 บาท โดยวารสารจะแจ้งให้ผู้แต่งชำระค่าดำเนินการ ก่อนส่งต้นฉบับบทความเพื่อประเมิน และวารสารขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าดำเนินการให้ในทุกกรณี ค่าธรรมเนียมการดำเนินการนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคุณภาพของบทความเพื่อการตอบรับตีพิมพ์แต่อย่างใด แต่ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่ง สำหรับการประเมินต้นฉบับทุกบทความจะผ่านการตรวจประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้องจากต่างสถาบัน จำนวน 3 ท่าน โดยกระบวนการพิจารณาและแจ้งผลใช้ระยะเวลาประมาณ 120 วัน (<a href="https://drive.google.com/file/d/10NjbOGJS-DYfpcZvfZc_ORDefVpg9LpJ/view">แผนผังขั้นตอนการพิจารณาบทความ</a>) ทั้งนี้ คณะผู้จัดทำไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และมิใช่ความรับผิดชอบของคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่ง ส่วนการทำซ้ำหรือการนำภาพ ตาราง หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของเนื้อหาจากบทความที่ตีพิมพ์ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากวารสาร หรือได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากกองบรรณาธิการก่อนทุกครั้ง</p> <p>วารสารมีกำหนดเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ ดังนี้</p> <p>เดือนมกราคม ถึง เมษายน</p> <p>เดือนพฤษภาคม ถึง สิงหาคม</p> <p>เดือนกันยายน ถึง ธันวาคม</p> <p> วารสารเริ่มตีพิมพ์ฉบับแรกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2562 (ปีที่ 1 ฉบับที่ 1) ผู้อ่านสามารถเข้าถึงบทความที่ตีพิมพ์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (Open Access)</p> <p><a href="http://jap.mju.ac.th/file/Fee.pdf" target="_blank" rel="noopener"><strong>ประกาศมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เรื่อง กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความ</strong></a></p> <p> </p> <table style="height: 120px;" width="576"> <tbody> <tr> <td width="378"> <p><strong> ค่าธรรมเนียม</strong></p> </td> <td width="85"> <p><strong> แบบปกติ</strong></p> </td> </tr> <tr> <td width="378"> <p><br />อัตราค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความวิจัยและบทความทางวิชาการ<br />วารสารผลิตกรรมการเกษตร</p> </td> <td width="85"> <p> 3,500</p> </td> </tr> </tbody> </table> <p> </p>
Faculty of Agricultural Production, Maejo University
th-TH
วารสารผลิตกรรมการเกษตร
3027-7183
-
การผลิตข้าวท่าดอกคำของเกษตรกรในพื้นที่ อำเภอนาทรายทอง นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/japmju/article/view/264441
<p> การวิจัยครั้งนี้ศึกษาการผลิตข้าวท่าดอกคำของเกษตรกร ในพื้นที่อำเภอนาทรายทอง นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ลักษณะส่วนบุคคล ลักษณะทางเศรษฐกิจ และสังคมของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอนาทรายทอง นครหลวงเวียงจันทน์ 2) ความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับการผลิตข้าวของเกษตรกร 3) ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตข้าวของเกษตรกร และ 4) ปัญหาและข้อเสนอแนะต่อการผลิตข้าวของเกษตรกร โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรผู้ผลิตข้าวในพื้นที่อำเภอนาทรายทอง นครหลวงเวียงจันทน์ จำนวน 117 คน จากวิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ</p> <p>ผลการศึกษา พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุเฉลี่ย 49 ปี สถานภาพสมรส จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. สมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 4 คน แรงงานในภาคการเกษตร เฉลี่ย 2 คน รายได้ในครัวเรือน 222,811 บาทต่อปี รายได้จากการทำการเกษตร เฉลี่ย 55,463.25 บาทต่อปี มีหนี้สินในครัวเรือนเฉลี่ย 21,061.42 บาทต่อปี การถือครองที่ดินเฉลี่ย 11.73 ไร่ แหล่งเงินทุนมาจากเงินทุนของตนเอง รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐเฉลี่ย 1 ครั้งต่อปี เป็นสมาชิกกลุ่ม มีการเข้าร่วมฝึกอบรม และดูงานเฉลี่ย 1 ครั้งต่อปี เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับการผลิตข้าวโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง การปฏิบัติในการผลิตข้าวอยู่ในระดับมาก ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตข้าว ได้แก่ การรับรู้แหล่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการผลิตข้าวมีความสัมพันธ์เชิงบวก ในทางกลับกันจำนวนหนี้สินในครัวเรือน มีความสัมพันธ์เชิงลบ กับการผลิตข้าวท่าดอกคำของเกษตรกร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนปัญหาและข้อเสนอแนะ พบว่า เกษตรกรมีปัญหาด้านเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนภายในกลุ่ม อัตราการงอกต่ำ ปัญหาการจัดสรรน้ำในการผลิตข้าว รวมถึงการสูญเสียเมล็ดจากการใช้รถเกี่ยวนวด ทั้งนี้เกษตรกรต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนด้านความรู้ และหาแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ภาครัฐวางนโยบายพัฒนาการผลิตข้าวให้มีประสิทธิภาพ </p>
เข็มพอน แพงคำฮัก
พุฒิสรรค์ เครือคำ
ปิยะ พละปัญญา
นคเรศ รังควัต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารผลิตกรรมการเกษตร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-10
2026-03-10
1
11
10.14456/mjap.2026.17
-
การปรับตัวของเกษตรกรรุ่นใหม่ในยุคเทคโนโลยีสร้างความพลิกผัน
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/japmju/article/view/264808
<p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล และปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม การปรับตัวของเกษตรกรรุ่นใหม่ในยุคเทคโนโลยีสร้างความพลิกผัน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามกับเกษตรกรรุ่นใหม่ ในพื้นที่ 20 อำเภอ จังหวัดร้อยเอ็ด รวมจำนวน 135 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างโดยไม่ใช้หลักความน่าจะเป็น และสุ่มตัวอย่างแบบโควตาตามสัดส่วนของประชากรในแต่ละอำเภอ สถิติที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ Independent Sample T-test/One - way ANOVA และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า เกษตรกรยุคใหม่มีการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศของเกษตรกรอยู่ในระดับมาก (<img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />=3.89) โดยมีการเข้าถึงความรู้เรื่องเทคโนโลยีมากที่สุด (<img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />=3.94) ในส่วนของการปรับตัวของเกษตรกรรุ่นใหม่ในยุคเทคโนโลยีสร้างความพลิกผัน พบว่า เกษตรกรยุคใหม่มีการปรับตัวอยู่ในระดับมาก (<img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />=3.93) โดยพบว่า เกษตรกรมีการปรับตัวด้านการตลาดมากที่สุด (<img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" />=3.93) และพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการปรับตัวของเกษตรกรรุ่นใหม่ในยุคเทคโนโลยีสร้างความพลิกผัน ประกอบด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม คือ แหล่งเงินทุน และในส่วนของการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศของเกษตรกร ด้านอุปกรณ์และเครือข่าย ด้านความรู้เรื่องเทคโนโลยี และด้านโปรแกรม Software มีอิทธิพลต่อการปรับตัวของเกษตรกรรุ่นใหม่ในยุคเทคโนโลยีสร้างความพลิกผันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p>
สุวนันท์ สามารถกุล
ธานินทร์ คงศิลา
สุภาภรณ์ เลิศศิริ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารผลิตกรรมการเกษตร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-10
2026-03-10
12
23
10.14456/mjap.2026.18
-
ความสามารถในการผสมข้ามและการประเมินลักษณะฟีโนไทป์ของบัวบกลูกผสมชั่วที่ 1
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/japmju/article/view/265528
<p> การศึกษาความสามารถในการผสมข้ามสายพันธุ์ของบัวบกจากสายพันธุ์พื้นเมือง 3 สายพันธุ์ โดยใช้แผนการผสมแบบพบกันหมด ประกอบด้วย สายพันธุ์ระยอง นครปฐม และอุบลราชธานี พบว่า การผสมเกสรบัวบก 787 ดอก มีอัตราการติดผล 64.2 เปอร์เซ็นต์ ได้เมล็ด 255 เมล็ด ภายหลังการเพาะเมล็ด ได้ต้นลูกผสม 41 ต้น หรือคิดเป็น 16.1 เปอร์เซ็นต์ แต่พบบางคู่ผสมไม่งอกรวมถึงต้นอ่อนบางต้นมีความอ่อนแอ ทำให้เหลือต้นลูกผสมที่สามารถประเมินลักษณะทางสัณฐานได้เพียง 4 คู่ผสม 26 ต้น ลูกผสมบัวบกชั่วที่ 1 ที่ได้ นำมาประเมินลักษณะทางสัณฐานวิทยา พบว่า ลูกผสมมีลักษณะสัณฐานวิทยาเป็นไปในทิศทางเดียวกับสายพันธุ์ที่นำมาใช้พันธุ์แม่</p>
สุรพงษ์ อนุตธโต
วาสนา สุภาพรหม
เกษร แช่มชื่น
จารุพงศ์ ประสพสุข
มณีรัตน์ รุจิณรงค์
พฤกษ์ คงสวัสดิ์
อนุรักษ์ สุขขารมย์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารผลิตกรรมการเกษตร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-10
2026-03-10
24
35
10.14456/mjap.2026.19
-
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการผลิตกาแฟภายใต้มาตรฐานเกษตรที่ดี (GAP) ของเกษตรกรโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงปางมะโอ จังหวัดเชียงใหม่
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/japmju/article/view/266121
<p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านเศรษฐสังคม ปัจจัยสนับสนุน การผลิตกาแฟ และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการผลิตกาแฟภายใต้มาตรฐานเกษตรที่ดี (GAP) ของเกษตรกรโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงปางมะโอ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เก็บข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์กับสมาชิกเกษตรกรผู้ผลิตกาแฟจำนวน 141 คน จากสมาชิกเกษตรกรทั้งหมด 299 คน โดยการสุ่มอย่างง่ายด้วยวิธีการจับฉลาก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการศึกษา พบว่า เกษตรกรเกือบสองในสาม (ร้อยละ 65.95) เป็นเพศชาย อายุเฉลี่ย 52.04 ปี จบการศึกษาในระดับประถมศึกษา (ร้อยละ 35.50) และส่วนใหญ่ (ร้อยละ 73.04) มีสถานภาพสมรส เกษตรกรมีแรงงานในครัวเรือนเฉลี่ย 3.07 คน และมีพื้นที่ปลูกกาแฟเฉลี่ย 13.14 ไร่ เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยในครัวเรือน 265,560.28 บาทต่อปี มีต้นทุนเฉลี่ยในการผลิตกาแฟ 34,480.07 บาทต่อปี และมีประสบการณ์ผลิตกาแฟเฉลี่ย 7.84 ปี ในขณะที่เกษตรกรมีทัศนคติต่อมาตรฐานเกษตรที่ดี อยู่ในระดับเห็นด้วยมาก (ค่าเฉลี่ย 3.91) มีแรงจูงใจระดับมากในการผลิตกาแฟภายใต้มาตรฐานเกษตรที่ดี (ค่าเฉลี่ย 3.78) และในภาพรวมเกษตรกรยังมีการผลิตกาแฟภายใต้มาตรฐานเกษตรที่ดี อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.54) ทั้งนี้ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณในภาพรวมพบ 3 เหตุปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการผลิตกาแฟภายใต้มาตรฐานเกษตรที่ดีของเกษตรกร ได้แก่ ประสบการณ์การผลิตกาแฟ ทัศนคติต่อมาตรฐานเกษตรที่ดี และแรงจูงใจในการผลิตกาแฟภายใต้มาตรฐานเกษตรที่ดี</p>
เอกพล พวงทอง
นคเรศ รังควัต
ปิยะ พละปัญญา
จักรพงษ์ พวงงามชื่น
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารผลิตกรรมการเกษตร
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-10
2026-03-10
36
46
10.14456/mjap.2026.20