https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/issue/feed วารสารเกษตรพระวรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 2022-09-03T16:15:07+07:00 Dr.Wantanee Polviset prawarun.j@rmu.ac.th Open Journal Systems <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์บทความในวารสารเกษตรพระวรุณ </strong></p> <p>1. เป็นบทความวิจัย (Research article) บทความปริทัศน์ (Review article) หรือบทความทางวิชาการ (Academic article) ทางด้านเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พืชศาสตร์ สัตวศาสตร์ ประมง วิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ วิทยาศาสตร์การอาหารและอุตสาหกรรมการเกษตร ธุรกิจการเกษตร ส่งเสริมการเกษตร สารสนเทศการเกษตร นวัตกรรมการเกษตร และนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร เป็นต้น </p> <p>2. ต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์มาก่อน (ต้นฉบับหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของต้นฉบับ) และต้นฉบับต้องไม่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งตีพิมพ์อื่นใด</p> <p><strong>การตรวจสอบการตีพิมพ์ </strong></p> <p>บทความทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารเกษตรพระวรุณต้องผ่านกระบวนการพิจารณาเพื่อตอบรับการตีพิมพ์ โดยกองบรรณาธิการประกอบด้วย</p> <p>กระบวนการที่ 1: กลั่นกรองเบื้องต้นในรูปแบบการพิมพ์ ขอบเขตของเนื้อหา และความสมบูรณ์ของบทความ </p> <p>กระบวนการที่ 2: กลั่นกรองต้นฉบับโดยผู้ทรงคุณวุฒิประจำกองบรรณาธิการวารสาร จำนวน 3 ท่าน ในประเด็นความเหมาะสมตามเกณฑ์คุณภาพของบทความแต่ละประเภทรวมถึงองค์ความรู้ใหม่ที่ค้นพบในรูปแบบ <strong>"DOUBLE BLINED REVIEW"</strong></p> <p><strong>กำหนดการเผยแพร่วารสาร ปีละ 2 ฉบับ </strong></p> <p><strong>- ฉบับที่ 1: เดือนมกราคม - เดือนมิถุนายน</strong></p> <p><strong>- ฉบับที่ 2: เดือนกรกฎาคม - เดือนธันวาคม </strong></p> https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/article/view/255054 การคัดแยกและจำแนกพลาสมิดดีเอ็นเอของแบคทีเรีย Lactobacillus spp. คัดแยกจากอาหารหมักท้องถิ่นภาคใต้ 2022-07-13T09:49:37+07:00 ศุภชัย นิติพันธ์ nisupachai@tsu.ac.th ประมวล ทรายทอง nisupachai@tsu.ac.th <p><strong>จีนัส <em>Lactobacillus </em>เป็นหนึ่งในแบคทีเรียกรดแลคติกที่พบได้ในอาหารหมักหลากหลายชนิด ในปัจจุบันมีการนำแบคทีเรีย <em>Lactobacillus</em> มาใช้เป็นเซลล์เจ้าบ้านสำหรับผลิตโปรตีนลูกผสม (recombinant protein) เพื่อเป็น เอนติเจนที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง ๆ พลาสมิดดีเอ็นเอของแบคทีเรีย <em>Lactobacillus</em> มีความจำเพาะแตกต่างของแบคเรียแกรมลบ จึงมีการค้นหาและพัฒนาพลาสมิดดีเอ็นเอชนิดใหม่ขึ้นมาใช้ ส่วนใหญ่พลาสมิดดีเอ็นเอเหล่านั้นมีการจดสิทธิบัตรคุ้มครองอยู่ในหลาย ๆ ประเทศ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดแยกและศึกษาความหลากหลายของพลาสมิดดีเอ็นเอของแบคทีเรีย <em>Lactobacillus</em> spp. คัดแยกได้จากอาหารหมักของท้องถิ่นภาคใต้ เช่น ปลาส้ม ปลาดุกร้า ปลาแป้งแดง กุ้งส้ม และแหนมเห็ด เป็นต้น จากทั้งหมด 89 ไอโซเลต สามารถสกัดแยกพลาสมิดดีเอ็นเอได้ 20 ไอโซเลต พบพลาสมิดดีเอ็นเอทั้งหมดจำนวน 34 พลาสมิด จากแบคทีเรีย <em>L. plantarum</em>, <em>L. lactis</em>,<em> L. acidophilus</em> และ <em>L. casei</em> มีจำนวนตั้งแต่ 1 ถึง 3 พลาสมิดต่อไอโซเลต ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 2.5 ถึง 15 กิโลเบส (kb) จากการจำแนกด้วยวิธี restriction fragment length polymorphism (RFLP) แสดงให้เห็นว่าพลาสมิดดีเอ็นเอทั้งหมดมีตำแหน่งจดจำของเอนไซม์ <em>Eco</em>RI <em>Hind</em>III และ <em>Bam</em>HI ทั้งหมด 8 รูปแบบ</strong></p> 2022-08-31T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารเกษตรพระวรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/article/view/254970 ผลของการเสริมสารสกัดจากเศษเหลือเห็ดแครง (Schizophyllum commune) ในอาหารต่อการเจริญเติบโต องค์ประกอบเลือด การตอบสนองภูมิคุ้มกัน และการป้องกันภาวะเครียด ออกซิเดชั่นของปลากะพงขาว (Lates calcarifer) 2022-07-16T09:23:58+07:00 มณี ศรีชะนันท์ srichanun.m@gmail.com กรกฏ สันทัดการ koragot20729@gmail.com สุณีย์ หวันเหล็ม sunee.wa@psu.ac.th Md Arefin Rahman md.arefin75@gmail.com <p><strong>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเสริมสารสกัดจากเศษเหลือเห็ดแครงด้วยตัวทำละลายน้ำ (<em>Schizophyllum commune</em> extracted with water, SCW) ต่อการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการใช้อาหาร การตอบสนองด้านเลือด ระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะ และการป้องกันภาวะเครียดแบบออกซิเดชันในปลากะพงขาวโดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ ประกอบด้วยอาหารที่เสริมสารสกัด SCW ที่ 4 ระดับคือ 0% (ควบคุม), 0.25%, 0.50% และ 1% ทำการทดลองชุดการทดลองละ 3 ซ้ำ ในตู้กระจกที่มีความจุน้ำ 120 ลิตร ใช้ปลา 6 ตัว/ตู้ น้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 72.93±0.17 กรัม/ตัว ให้ปลากินอาหารจนอิ่ม 3 มื้อ/วัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ เมื่อสิ้นสุดการทดลองชั่งน้ำหนักปลารายตัว สุ่มเก็บตัวอย่างเลือด วัดปริมาณเม็ดเลือดแดงรวม เม็ดเลือดขาวรวม กิจกรรมเอนไซม์ไลโซไซม์ และเก็บตัวอย่างตับวัดปริมาณกลูตาไธโอน และปริมาณมาลอนไดอัลดีไฮด์ (Malondialdehyde, MDA) ผลการศึกษาพบว่าการเสริมสารสกัด SCW ในอาหารไม่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและประสิทธิภาพการใช้อาหาร (p&gt;0.05) แต่ส่งผลต่อปริมาณเม็ดเลือด โดยปลาที่ได้รับอาหารเสริมสารสกัด SCW ที่ระดับ 0.50% และ 1% มีปริมาณเม็ดเลือดขาวรวม และกิจกรรมไลโซไซม์เพิ่มขึ้น (p&lt;0.05) เช่นเดียวกับระดับกลูตาไธโอนที่พบว่ามีค่าสูงขึ้นในปลาที่ได้รับอาหารเสริม SCW ระดับ 1% (p&lt;0.05) ส่วนปริมาณ MDA พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&gt;0.05) จากการศึกษาสรุปได้ว่าการเสริมสารสกัด SCW ระดับ 0.50% - 1% ในอาหารมีประสิทธิภาพในการเป็นสารเสริมให้กับปลากะพงขาวโดยมีผลเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันไม่จำเพาะและความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระในปลากะพงขาวได้</strong></p> 2022-09-01T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารเกษตรพระวรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/article/view/254739 เปรียบเทียบกายวิภาคและสมบัติของไม้ไผ่ 4 ชนิด จากจังหวัดกาญจนบุรี 2022-05-31T16:12:47+07:00 เบญจวรรณ ชิวปรีชา benchawon@buu.ac.th เกศราภรณ์ จันทรประเสริฐ์ kasaraporn@buu.ac.th ชัยมงคล คงภักดี rdickk@ku.ac.th <p><strong>วัตถุประสงค์การวิจัยนี้เพื่อศึกษากายวิภาค และสมบัติของไม้ไผ่ โดยเก็บตัวอย่างไผ่ 4 ชนิด จากพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช อพ.สธ. เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้แก่ ไผ่บงใหญ่ (<em>Dendrocalamus brandisii </em>(Munro) Kurz) ไผ่มันหมู (<em>Dendrocalamus copelandii</em> (Gamble ex Brandis) N.H. Xia &amp; Stapleton) ไผ่ผาก (<em>Gigantochloa auriculata</em> Kurz) ไผ่ข้าวหลาม (<em>Schizostachyum pergracile </em>(Munro) R.B. Majumdar) โดยเตรียมตัวอย่างด้วยอุปกรณ์ฝานชิ้นไม้ ศึกษาผ่านกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง หาความหนาแน่น และความแข็งแรงของการดัดสถิตย์ (MOR) ที่ความชื้น 11 เปอร์เซนต์ ตามมาตรฐาน ISO ผลการวิจัยพบว่า ไผ่บงใหญ่ ไผ่มันหมู และไผ่ผาก มีชนิดของมัดท่อลำเลียงแบบเดียวกัน คือ Type III (broken-waist type) แต่แตกต่างที่ขนาดของมัดท่อลำเลียง ในขณะที่ไผ่ข้าวหลามมีชนิดของมัดท่อลำเลียงแบบ Type II (tight-waist type) ไผ่ผากมีค่าความหนาแน่น สูงที่สุด รองลงมาคือ ไผ่ข้าวหลาม ไผ่บงใหญ่ และไผ่มันหมู ตามลำดับ (0.8367, 0.7533, 0.6533, 0.4833 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร) ในขณะที่ไผ่ข้าวหลามมีค่าความแข็งแรงของการดัดสถิตย์สูงที่สุด รองมาคือ ไผ่ผาก ไผ่บงใหญ่ และไผ่มันหมู (212.333, 192.550, 164.083, 102.570 เมกกะปาสคาล) เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยพบว่า ไผ่ข้าวหลาม และไผ่ผากมีความหนาแน่นสูงที่สุด รองลงมาคือ ไผ่บงใหญ่ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าไผ่ข้าวหลาม และไผ่ผาก เหมาะแก่การนำไปประยุกต์ใช้ในงานโครงสร้าง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ไม้อัด ไม้ลามิเนต และไม้อัดเกล็ดเรียงชิ้น</strong></p> 2022-09-01T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารเกษตรพระวรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/article/view/255048 การเปรียบเทียบการเติบโตและผลผลิตของต้นกาแฟโรบัสต้าบางพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเมล็ด และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย 2022-09-03T16:15:07+07:00 ใยไหม ช่วยหนู yaimai.chu@ku.th ธรรมธวัช แสงงาม fagrtws@ku.ac.th ปฐมา แทนนาค pathama.tha@ku.ac.th วันวิสาข์ วัฒนะพันธ์ศักดิ์ wanwisawat@ku.ac.th อุณารุจ บุญประกอบชา agrunb@ku.ac.th <p><strong>การศึกษานี้เปรียบเทียบการเจริญเติบโตและผลผลิตของกาแฟโรบัสต้าที่ได้จากการเพาะเมล็ดและเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อหาพันธุ์ที่เจริญเติบโตและให้ผลผลิตดีในพื้นที่บางสะพานน้อย วางแผนการทดลองแบบ Split plot in RCBD จำนวน 4 ซ้ำ Main plot คือต้นกาแฟขยายพันธุ์ 2 แบบ คือขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดและเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ Sub plot คือ โรบัสต้า 5 พันธุ์ ได้แก่ ชุมพร 1 ชุมพร 2 ชุมพร 3 ชุมพร 84–4 และชุมพร 84–5 เก็บข้อมูลความสูงต้น เส้นรอบวงโคนต้น ความกว้างทรงพุ่ม จำนวนกิ่งให้ผล ผลผลิตต่อต้น คลอโรฟิลล์และแคโรทีนอยด์ พบว่าการเจริญเติบโตของต้นกาแฟโรบัสต้าที่ขยายพันธุ์จากการเพาะเมล็ดไม่แตกต่างกับที่ขยายพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อโรบัสต้าพันธุ์ชุมพร 84–5 มีการเจริญเติบโตทางลำต้นได้แก่ ความสูงต้น เส้นรอบโคนต้น ความกว้างทรงพุ่ม จำนวนกิ่งให้ผล และผลผลิตต่อต้น ปริมาณคลอโรฟิลล์ และแคโรทีนอยด์ แตกต่างกับพันธุ์อื่นระดับความเชื่อมั่น (P≤0.05) รองลงมาคือโรบัสต้าพันธุ์ชุมพร 84–4 และชุมพร 2 ดังนั้นพันธุ์กาแฟโรบัสต้าพันธุ์ชุมพร 84–5 ชุมพร 84–4 และชุมพร 2 เป็นพันธุ์แนะนำให้กับเกษตรกรในพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย</strong></p> 2022-09-28T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารเกษตรพระวรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม