วารสารเกษตรพระวรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์บทความในวารสารเกษตรพระวรุณ </strong></p> <p>1. เป็นบทความวิจัย (Research article) บทความปริทัศน์ (Review article) หรือบทความทางวิชาการ (Academic article) ทางด้านเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พืชศาสตร์ สัตวศาสตร์ ประมง วิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์ วิทยาศาสตร์การอาหารและอุตสาหกรรมการเกษตร ธุรกิจการเกษตร ส่งเสริมการเกษตร สารสนเทศการเกษตร นวัตกรรมการเกษตร และนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร เป็นต้น </p> <p>2. ต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์มาก่อน (ต้นฉบับหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของต้นฉบับ) และต้นฉบับต้องไม่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งตีพิมพ์อื่นใด</p> <p><strong>การตรวจสอบการตีพิมพ์ </strong></p> <p>บทความทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารเกษตรพระวรุณต้องผ่านกระบวนการพิจารณาเพื่อตอบรับการตีพิมพ์ โดยกองบรรณาธิการประกอบด้วย</p> <p>กระบวนการที่ 1: กลั่นกรองเบื้องต้นในรูปแบบการพิมพ์ ขอบเขตของเนื้อหา และความสมบูรณ์ของบทความ </p> <p>กระบวนการที่ 2: กลั่นกรองต้นฉบับโดยผู้ทรงคุณวุฒิประจำกองบรรณาธิการวารสาร จำนวน 3 ท่าน ในประเด็นความเหมาะสมตามเกณฑ์คุณภาพของบทความแต่ละประเภทรวมถึงองค์ความรู้ใหม่ที่ค้นพบในรูปแบบ <strong>"DOUBLE BLINED REVIEW"</strong></p> <p><strong>กำหนดการเผยแพร่วารสาร ปีละ 2 ฉบับ </strong></p> <p><strong>- ฉบับที่ 1: เดือนมกราคม - เดือนมิถุนายน</strong></p> <p><strong>- ฉบับที่ 2: เดือนกรกฎาคม - เดือนธันวาคม </strong></p> FACULTY OF AGRICULTURAL TECHNOLOGY, RAJABHAT MAHA SARAKHAM UNIVERSITY th-TH วารสารเกษตรพระวรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 1685-8379 การเปรียบเทียบตัวแบบสำหรับการพยากรณ์ราคายางแผ่นดิบในประเทศไทย https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/article/view/251761 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบตัวแบบการพยากรณ์ที่เหมาะสมสำหรับพยากรณ์ราคายางแผ่นดิบ โดยนำเสนอ 3 ตัวแบบ ได้แก่ วิธีของโฮลท์ วิธีการทำให้เรียบแบบเอ็กซ์โปเนนเชียลสองชั้นและวิธีของบ็อกซ์–เจนกินส์ ซึ่งข้อมูลที่นำมาใช้ในการศึกษาเป็นราคายางแผ่นดิบในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 ถึงเดือนธันวาคม 2564 จำนวน 132 เดือน ซึ่งข้อมูลถูกแบ่งออกเป็น 2 ชุด ข้อมูลชุดที่ 1 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 ถึงเดือนธันวาคม 2563 จำนวน 120 เดือน สำหรับสร้างตัวแบบทั้ง 3 ตัวแบบ ข้อมูลชุดที่ 2 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 ถึงเดือนธันวาคม 2564 จำนวน 12 เดือน นำมาใช้สำหรับการเปรียบเทียบความแม่นของค่าพยากรณ์ โดยใช้เกณฑ์พิจารณาจากร้อยละของค่าคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ย จากการศึกษาพบว่าตัวแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพยากรณ์ราคายางแผ่นดิบในประเทศไทยคือตัวแบบวิธีของโฮลท์ มีตัวแบบพยากรณ์ดังสมการ <img title="{\color{Orange} \widehat{X}_t(k)=\widehat{b}_0_t+\widehat{b}_1_t(k)}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?\dpi{80}&amp;space;\bg_white&amp;space;{\color{Orange}&amp;space;\widehat{X}_t(k)=\widehat{b}_0_t+\widehat{b}_1_t(k)}" /> เมื่อค่าเริ่มต้น <img title="{\color{Orange} \widehat{b} _0= 105.3471}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?\dpi{80}&amp;space;\bg_white&amp;space;{\color{Orange}&amp;space;\widehat{b}&amp;space;_0=&amp;space;105.3471}" /> และ <img title="{\color{Orange} \widehat{b}_1 = -0.6522}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?\dpi{80}&amp;space;\bg_white&amp;space;{\color{Orange}&amp;space;\widehat{b}_1&amp;space;=&amp;space;-0.6522}" /> ให้ค่าร้อยละของค่าคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ยต่ำที่สุดเท่ากับ 6.608</p> นิวัตร สุวรรณะ Copyright (c) 2022 วารสารเกษตรพระวรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 2022-05-27 2022-05-27 19 1 8 18 10.14456/paj.2022.2 ผลของชนิดบรรจุภัณฑ์และอุณหภูมิการเก็บรักษาต่อคุณภาพแคบหมูกึ่งสำเร็จรูป สำหรับอบให้พองตัวด้วยเตาไมโครเวฟ https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/article/view/253850 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของชนิดบรรจุภัณฑ์ (ถุงกระดาษพับปากบรรจุในถุงชั้นนอกเป็นพอลิโพรพิลีน &nbsp;(polyethylene), ถุงพลาสติกลามิเนต (Nylon/Linear Low Density Polyethylene, LLDPE) และกล่องพลาสติกชนิดพอลิโพรพิลีน) และศึกษาอุณหภูมิการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง (28±5 °C) และอุณหภูมิแช่เย็น (5±1 °C) ที่มีต่อคุณภาพแคบหมูกึ่งสำเร็จรูปสำหรับอบให้พองตัวด้วยเตาไมโครเวฟ โดยตรวจสอบคุณภาพทุกเดือนระหว่างการเก็บรักษานาน 12 เดือน หรือจนเสื่อมคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า แคบหมูกึ่งสำเร็จรูปในระหว่างการเก็บรักษามีแนวโน้มด้านปริมาณความชื้น และค่ากรดไทโอบาร์บิทูริกเพิ่มขึ้น ส่วนค่าอัตราการพองตัวมีแนวโน้มลดลง โดยแคบหมูกึ่งสำเร็จรูปเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องบรรจุในถุงกระดาษ ถุงพลาสติกลามิเนต และกล่องพลาสติกมีอายุการเก็บรักษานาน 5, 9 และ 3 เดือน ตามลำดับ และแคบหมูกึ่งสำเร็จรูปเก็บรักษาที่อุณหภูมิแช่เย็นบรรจุในถุงกระดาษ ถุงพลาสติกลามิเนต และกล่องพลาสติกมีอายุการเก็บรักษานาน 8, มากกว่า 12 และ มากกว่า 12 เดือน ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าชนิดบรรจุภัณฑ์และอุณหภูมิแช่เย็นช่วยชะลอการเกิดออกซิเดชั่นของไขมันในระหว่างการเก็บรักษาได้</p> อรทัย บุญทะวงศ์ นิชาภา คำเครือ Copyright (c) 2022 วารสารเกษตรพระวรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 2022-05-11 2022-05-11 19 1 27 35 10.14456/paj.2022.1 ผลของระดับโปรตีนในอาหารข้นและแหล่งของอาหารหยาบ ต่อการกินได้ การย่อยได้ของโภชนะ และสมรรถภาพการเจริญเติบโตของแพะเนื้อลูกผสมพื้นเมือง https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/article/view/253934 <p>การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของระดับโปรตีนในอาหารข้นและแหล่งอาหารหยาบ ต่อปริมาณการกินได้ การย่อยได้โภชนะ กระบวนการหมักในกระเพาะหมัก ยูเรียในกระแสเลือด และสมรรถภาพการเจริญเติบโตของแพะเนื้อลูกผสมพื้นเมือง โดยใช้แพะเนื้อลูกผสมพื้นเมืองที่มีอายุระหว่าง 12 ถึง 15 เดือน จำนวน 16 ตัว เป็นเพศผู้ 8 ตัว และเพศเมีย 8 ตัว น้ำหนักตัวเริ่มต้นเฉลี่ย 18.74±1.8 กิโลกรัม ใช้แผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ในบล็อก โดยจัดการทดลองแบบ 2x2 factorial in a Randomized Completely Block Design (RCBD) โดยมีปัจจัยที่ 1 คือ ระดับโปรตีนในอาหารข้น (12 และ 14 %) และปัจจัยที่ 2 คือ แหล่งของอาหารหยาบ (หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมัก และหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมักร่วมกับกระถิน (50:50)) มี 4 ซ้ำ ต่อทรีทเมนต์ แพะได้รับอาหารข้น 1.5 % ของน้ำหนักตัว และได้รับอาหารหยาบแบบเต็มที่ (<em>ad libitum</em>) เป็นระยะเวลาทดลอง 60 วัน ผลการทดลอง พบว่า ระดับโปรตีนในอาหารข้นและแหล่งของอาหารหยาบไม่มีอิทธิพลร่วมกัน ต่อปริมาณการกินได้ กระบวนการหมักย่อยในกระเพาะหมัก ระดับยูเรียในเลือด และสมรรถภาพการเจริญเติบโตของแพะเนื้อลูกผสมพื้นเมือง (P&gt;0.05) แต่การใช้อาหารข้นระดับโปรตีน 14 % มีผลทำให้ระดับแอมโมเนียไนโตรเจนในกระเพาะหมัก (P=0.05) และระดับยูเรียในกระแสเลือดสูงขึ้น (P=0.006) และการใช้หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมักร่วมกับกระถินเป็นแหล่งอาหารหยาบทำให้ปริมาณการกินได้ (P=0.0001) น้ำหนักตัวที่เพิ่ม (P=0.047) และอัตราการเจริญเติบโตต่อวันสูงขึ้น (P=0.046) ดังนั้นจากการศึกษาสามารถสรุปได้ว่าการใช้หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมักร่วมกับกระถินเป็นแหล่งอาหารหยาบ (50:50) สามารถเพิ่มปริมาณการกินได้ และการเจริญเติบโตของแพะเนื้อลูกผสมพื้นเมือง ดังนั้นจึงสามารถใช้เป็นทางเลือกในการลดระดับโปรตีนในอาหารข้นได้เมื่อใช้หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมักร่วมกับกระถินเป็นอาหารหยาบโดยไม่ส่งผลกระต่อสมรรถภาพการเจริญเติบโตของแพะเนื้อลูกผสมพื้นเมือง</p> นพรัตน์ ผกาเชิด สุทธิพงษ์ หาระมี ทิพย์สุดา บุญมาทัน พีรพจน์ นิติพจน์ Copyright (c) 2022 วารสารเกษตรพระวรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 2022-06-02 2022-06-02 19 1 36 44 10.14456/paj.2022.3 ประสิทธิภาพของอาหารสูตรดัดแปลงผสมผลไม้ท้องถิ่นต่อการเพิ่มจำนวนแมลงหวี่ในระยะ ตัวหนอนและตัวเต็มวัย https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/article/view/253093 <p><strong>แมลงหวี่ (<em>Drosophila melanogaster</em>) เป็นสัตว์ทดลองที่สำคัญสำหรับการศึกษาเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเพาะเลี้ยงแมลงหวี่ในห้องปฏิบัติการจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ละห้องปฏิบัติการมีการพัฒนาสูตรอาหารโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นส่วนผสม งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของอาหารสูตรดัดแปลง 5 สูตร ประกอบด้วยสูตรมะม่วงสุก (T1) มะละกอสุก (T2) สับปะรดสุก (T3) ซังขนุนสุก (T4) และซังจำปาดะสุก (T5) กับอาหารสูตรควบคุม (T0) ต่อจำนวนแมลงหวี่ระยะตัวหนอนและตัวเต็มวัย จากการวิจัยครั้งนี้พบว่าจำนวนแมลงหวี่ในระยะตัวหนอนและตัวเต็มวัยจากการเพาะเลี้ยงด้วยอาหารดัดแปลงทุกสูตรมีจำนวนมากกว่าอาหารสูตรควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (p=0.00006 และ p=0.00001) อาหารดัดแปลงสูตรมะละกอสุก (T2) และซังขนุนสุก (T4) มีจำนวนแมลงหวี่ในระยะตัวหนอนเพิ่มขึ้นโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 72.2±11.4 และ 70.4±22.3 ตัว จำนวนตัวเต็มวัยเฉลี่ยเท่ากับ 49.0±4.0 และ 40.8±2.8 ตัว ตามลำดับ ในอาหารสูตร T1 และ T4 อัตราส่วนของผลไม้ที่เหมาะสมระหว่าง 2–8% (โดยน้ำหนักต่อปริมาตร) จำนวนแมลงหวี่ในระยะตัวหนอนมากที่สุด (112.67±34.82 ตัว) พบในอาหารสูตร T4–4% เป็นอาหารที่ผสมซังขนุนสุก 4% โดยน้ำหนักต่อปริมาตร อาหารสูตร T2–6% ที่ผสมมะละกอสุก 6% โดยน้ำหนักต่อปริมาตร และสูตร T4–4% มีจำนวนแมลงหวี่ในระยะตัวเต็มวัยสูงกว่าสูตรอื่น ๆ เท่ากับ 43.3±18.4 ตัว และ 41.3±16.4 ตัว ตามลำดับ นอกจากนี้อาหารสูตรดัดแปลงสูตรซังขนุนสุกอัตราส่วน 4% โดยน้ำหนักต่อปริมาตรและมะละกอสุกอัตราส่วน 6% โดยน้ำหนักต่อปริมาตร ไม่มีผลต่อการสืบพันธุ์และการเจริญของแมลงหวี่ในรุ่นถัดไป เมื่อศึกษาการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของแมลงหวี่ที่ได้รับอาหารสูตรดัดแปลงจนถึงรุ่นที่ 3 (F3) พบว่าแมลงหวี่มีลักษณะทางการภาพและอัตราส่วนของตัวผู้ต่อตัวเมียไม่แตกต่างจากการเลี้ยงด้วยอาหารสูตรควบคุม</strong></p> ศุภชัย นิติพันธ์ มาณี แก้วชนิด ตวงพร สุนทรชัยนุกุล Copyright (c) 2022 วารสารเกษตรพระวรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 2022-06-02 2022-06-02 19 1 45 50 10.14456/paj.2022.4 การศึกษาสมบัติทางด้านความหนืดแป้งข้าวโพดข้าวเหนียวและค้นหาสนิปส์ของยีน Waxy และ Dull-I ในข้าวโพดข้าวเหนียว https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/article/view/252778 <p>การประเมินสมบัติทางด้านความหนืดของฟลาวร์ข้าวโพดข้าวเหนียวด้วยเครื่องวัดความหนืดแบบรวดเร็ว (Rapid Visco Analyzer หรือ RVA) จากฟลาวร์ข้าวโพดข้าวเหนียว 30 พันธุ์/สายพันธุ์/ลูกผสม ประกอบด้วย ข้าวโพดข้าวเหนียวสายพันธุ์แท้ (Inbred lines) ข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสม (Hybrids) และข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสมพันธุ์การค้า (Commercial hybrids) ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นพันธุ์เปรียบเทียบ พบว่าฟลาวร์ที่ได้จากข้าวโพดข้าวเหนียว สายพันธุ์แท้ WKA005 WKNN016 YNB01 และ WPK018 มีค่าความหนืดสูงสุด การแตกตัวของเม็ดแป้ง และค่าการคืนตัวน้อยกว่าพันธุ์เปรียบเทียบ ในขณะที่ฟลาวร์ที่ได้จากข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสม UT1122 UTI11 และ UTI22 มีค่าการคืนตัวสูงกว่าพันธุ์เปรียบเทียบ เมื่อพิจารณาลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน Waxy และ Dull ซึ่งแปลงข้อมูลเป็นเอนไซม์ GBSSI เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์อะไมโลส และเอนไซม์ SSIII ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมหลักการต่อสายอะไมโลเพคตินในเม็ดแป้ง จากผลงานวิจัยนี้สามารถตรวจพบความผันแปรทางพันธุกรรมของลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน Waxy 20 ตำแหน่ง แต่ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างจีโนไทป์กับลักษณะความหนืด ในขณะที่การวิเคราะห์ความผันแปรลำดับนิวคลีโอไทด์ส่วนที่เป็น เอ็กซอนของยีน Dull มีตำแหน่งความผันแปรของลำดับนิวคลีโอไทด์แบบสนิปส์จำนวน 7 ตำแหน่ง ได้แก่ ตำแหน่งที่ A28G C34T A55G G130T G213A A430C และ T480C เมื่อนำลำดับนิวคลีโอไทด์บริเวณเอ็กซอน มาถอดรหัสกรดอะมิโน พบว่ามีตำแหน่งความผันแปรของลำดับนิวคลีโอไทด์แบบสนิปส์ยีน Dull ตำแหน่งที่ G130T G213A และ T480C ทำให้กรดอะมิโนเปลี่ยนแปลง 3 ตำแหน่ง และมีความสัมพันธ์กับลักษณะความหนืด ดังนั้น ยีน Dull สามารถนำไปสร้างเป็นเครื่องหมาย ดีเอ็นเอสำหรับนำไปใช้ในการช่วยคัดเลือกข้าวโพดข้าวเหนียวที่มีลักษณะคุณภาพด้านการบริโภคที่ดีได้</p> ธีรวุฒิ วงศ์วรัตน์ วรรษมล มงคล ฉลอง เกิดศรี มณีรัตน์ รุจิณรงค์ ยิ่งยศ พาลุกา Copyright (c) 2022 วารสารเกษตรพระวรุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 2022-06-22 2022-06-22 19 1 51 58 10.14456/paj.2022.5