วารสารวนศาสตร์ไทย
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf
<p>วารสารวนศาสตร์ เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ.2525 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วารสารวนศาสตร์ไทย ในปี พ.ศ.2563 ISSN : 2822-115X (Online) ภายใต้การดำเนินงานของคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตีพิมพ์ผลงานวิชาการที่เกี่ยวข้องทางด้านวนศาสตร์ เช่น นิเวศวิทยาป่าไม้ การจัดการป่าไม้ เศรษฐศาสตร์ป่าไม้ วนวัฒนวิทยา การจัดการลุ่มน้ำ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ สัณฐานวิทยาและสรีรวิทยาของพืชพรรณและสัตว์ป่า เป็นต้น จากนักวิจัยไทยทั่วประเทศ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขาเป็นผู้พิจารณาผลงาน อย่างน้อย 3 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน และมีกำหนดพิมพ์เผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ คือ เดือนมกราคม-มิถุนายน และเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม</p>
คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
th-TH
วารสารวนศาสตร์ไทย
2822-115X
<p>ข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วม (ถ้ามี) ขอรับรองว่า ต้นฉบับที่เสนอมานี้ยังไม่เคยได้รับการตีพิมพ์และไม่ได้อยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาตีพิมพ์ลงในวารสารหรือสิ่งตีพิมพ์อื่นใด ข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วม (ถ้ามี) ยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาต้นฉบับ ทั้งยินยอมให้กองบรรณาธิการมีสิทธิ์พิจารณาและตรวจแก้ต้นฉบับได้ตามที่เห็นสมควร พร้อมนี้ขอมอบลิขสิทธิ์ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ให้แก่วารสารวนศาสตร์ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรณีมีการฟ้องร้องเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับภาพ กราฟ ข้อความส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือ ข้อคิดเห็นที่ปรากฏในผลงาน ให้เป็นความรับผิดชอบของข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วม (ถ้ามี) แต่เพียงฝ่ายเดียว และหากข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วม (ถ้ามี) ประสงค์ถอนบทความในระหว่างกระบวนการพิจารณาของทางวารสาร ข้าพเจ้าและผู้เขียนร่วม (ถ้ามี) ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในกระบวนการพิจารณาบทความนั้น”</p>
-
การใช้ประโยชน์และการจัดการไผ่ตง (Dendrocalamus asper) สำหรับใช้ผลิตผืนระนาดทุ้ม
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/view/267599
<p> การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ความรู้ในการใช้ประโยชน์ไผ่ในการผลิตผืนระนาดทุ้ม และวิเคราะห์แนวทางการจัดการไผ่ตงในป่าชุมชนบ้านคลองสีเสียด ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกและบันทึกเสียงผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 3 คน ซึ่งคัดเลือกโดยใช้วิธีการแบบ snowball sampling และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ รวมทั้งการวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมโดยใช้ SWOT analysis และ TOWS matrix</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า ไผ่ตง ที่เป็นพันธุ์ปลูกพื้นเมืองที่ชื่อว่า “ไผ่ตงหม้อ” ซึ่งเป็นไผ่ที่มีคุณลักษณะที่เหมาะสมต่อการผลิตผืนระนาดทุ้ม มีการคัดเลือกและจัดการไผ่ตงโดยพิจารณาช่วงอายุและตำแหน่งของลำไผ่ที่ให้เสียงดี คือ ไผ่ที่มีอายุมากกว่า 5 ปี และไม่มีรอยตำหนิ ความยาวปล้องอยู่ระหว่าง 35.5 เซนติเมตร ถึง 50.8 เซนติเมตร การจัดการไผ่ตงจำแนกได้เป็น 4 ด้าน คือ 1) การคัดเลือกหน่อและการไว้ลำ 2) การปลูกเสริม 3) วิธีการตัดฟัน และ 4) การติดตาม และการบำรุงรักษา ปริมาณการใช้ประโยชน์ไผ่ตงในการผลิตผืนระนาดทุ้มคิดเป็นร้อยละ 10.12 ของการใช้ไผ่ตงทั้งหมด ปัญหาที่พบคือ การปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยปลูกไผ่ตงเป็นการปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น สำหรับแนวทางการจัดการไผ่ตง มี 4 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) การสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ใช้ประโยชน์จากไผ่ตงและหน่วยงานภาครัฐ 2) การอบรมความรู้ด้านวิชาการเพื่อการจัดการผลผลิตจากไผ่ตง 3) การฝึกอบรมการจัดการไผ่ตงเพื่อการผลิตผืนระนาดทุ้ม และ 4) การรณรงค์ให้มีการปลูกไผ่ตงควบคู่กับการปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ</p>
Thanachot Sodngam
ผศ. ดร.นิตยา เมี้ยนมิตร
รศ. ดร.สราวุธ สังข์แก้ว
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวนศาสตร์ไทย
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-17
2026-06-17
45 1
26
37
-
การพัฒนาแนวทางการจัดการไฟป่าแบบมีส่วนร่วม บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำตกเขาอีโต้ จังหวัดปราจีนบุรี
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/view/266588
<p> การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการจัดการไฟป่า 2) ศึกษาความคิดเห็นและบทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างมีส่วนร่วม และ 3) แนวทางการการพัฒนาการจัดการไฟป่า ผลการศึกษาพบว่าสามารถกำหนดผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 40 ราย แบ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยเมตริกซ์บทบาทความสนใจ ออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มที่มีบทบาทอำนาจสูง และมีความสนใจสูง (players) 2) กลุ่มมีบทบาทอำนาจสูงแต่ความสนใจต่ำ (context setters) 3) กลุ่มมีบทบาทอำนาจต่ำแต่มีความสนใจสูง (subject) และ 4) กลุ่มมีบทบาทอำนาจต่ำและความสนใจต่ำ (crowd) ในขณะที่ความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่า พบว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดเห็นว่าป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำตกเขาอีโต้ จังหวัดปราจีนบุรี มีความสำคัญ และให้ความสำคัญในด้านพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ/ท่องเที่ยว ได้คะแนนมากที่สุด 177 คะแนน แหล่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์การป้องกันไฟป่าและหมอกควัน พบว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียส่วนใหญ่รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์การป้องกันไฟป่าและหมอกควันจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้/เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดทราบว่าปัจจุบันมีกฎหมาย ระเบียบ มาตรการเกี่ยวกับการป้องกันไฟป่าและหมอกควันในจังหวัดปราจีนบุรี ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ และมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันไฟป่าและหมอกควันในจังหวัดปราจีนบุรี อยู่ในระดับมากที่สุด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียส่วนใหญ่คิดว่ากฎหมาย ระเบียบ มาตรการเกี่ยวกับการป้องกันไฟป่าและหมอกควันที่มีอยู่สามารถช่วยลดปัญหาไฟป่าและหมอกควัน แนวโน้มการเกิดไฟป่าในพื้นที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียส่วนใหญ่คิดว่ามีแนวโน้มลดลง สาเหตุการเกิดไฟป่าและหมอกควันส่วนใหญ่เกิดจากความประมาท และสูญเสียสภาพความสวยงามตามธรรมชาติ<br />เป็นผลกระทบของไฟป่าที่มีระดับของผลกระทบมากที่สุด</p>
Patthiya Naoppanont
ผศ. ดร.นิตยา เมี้ยนมิตร
ผศ.ดร.กอบศักดิ์ วันธงไชย
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวนศาสตร์ไทย
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-05
2026-06-05
45 1
11
25
-
การพึ่งพิงและเพิ่มมูลค่าของทรัพยากรป่าไม้ในป่าชุมชนเขาราวเทียนทอง จังหวัดชัยนาท
https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/view/269223
<p class="H3" style="text-align: justify; text-justify: inter-cluster; text-indent: 36.0pt;"><span lang="TH">การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลทางเศรษฐกิจ สังคม และข้อมูลทั่วไปของราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณป่าชุมชนเขาราวเทียนทอง เพื่อศึกษาการพึ่งพิงทรัพยากรป่าไม้ รูปแบบการแปรรูป และการเพิ่มมูลค่าของทรัพยากรป่าไม้จากป่าชุมชนเขาราวเทียนทอง โดยใช้แบบสัมภาษณ์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 292 ชุด เก็บข้อมูลในช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด และค่าต่ำสุด</span></p> <p class="H3" style="text-align: justify; text-justify: inter-cluster; text-indent: 36.0pt;"><span lang="TH">ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 54.79 มีอายุเฉลี่ย 55.75 ปี ส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาในระดับประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 67.12 อาชีพหลักคือการทำเกษตรกรรม คิดเป็นร้อยละ 67.81 และประกอบอาชีพรองรับจ้างทั่วไป คิดเป็นร้อยละ 37.33 มีสมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 4 คน มีการถือครองที่ดินเฉลี่ย 16.53 ไร่ รายได้ของครัวเรือนเฉลี่ย 198,923.33 บาทต่อปี และรายจ่ายของครัวเรือนเฉลี่ย 109,066.67 บาทต่อปี ทรัพยากรป่าไม้ที่ราษฎรพึ่งพิงในป่าชุมชนเขาราวเทียนทอง จังหวัดชัยนาท ได้แก่ ไม้ฟืน เห็ด หน่อไม้ ไม้ไผ่ พืชผัก/พืชหัว น้ำผึ้ง สมุนไพร และอึ่ง มีมูลค่าสุทธิจากการใช้ประโยชน์รวมเท่ากับ 2</span>61<span lang="TH">,352.12 บาทต่อปี เฉลี่ยต่อครัวเรือนเท่ากับ 895.04 บาทต่อปี มีการนำของป่ามาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยของป่าที่ราษฎรนำมาแปรรูป ได้แก่ ผักอีนูน เห็ดโคน และหน่อไม้ มีมูลค่าวัตถุดิบทั้งหมดเท่ากับ 33</span>,<span lang="TH">550.00 บาทต่อปี และค่าใช้จ่ายทั้งหมด 40</span>,<span lang="TH">255.03 บาทต่อปี มูลค่าสินค้าแปรรูปทั้งหมดเท่ากับ 64</span>,8<span lang="TH">00.00 บาทต่อปี และมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการแปรรูปทั้งหมดเท่ากับ </span>24,5<span lang="TH">44.97 บาทต่อปี ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้เพื่อนำไปใช้ในการจัดการป่าชุมชนเขาราวเทียนทองให้มีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน</span></p>
จิรายุส นิลจินดา
สันติ สุขสอาด
อภิชาต ภัทรธรรม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวนศาสตร์ไทย
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-05
2026-06-05
45 1
1
10