Cancer During Pregnancy

Main Article Content

Kosin Wirasorn

Abstract

บทคัดย่อ

มะเร็งในระหว่างการตั้งครรภ์พบได้ไม่บ่อยแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย ทารกและครอบครัวอย่างมาก ปัจจุบันมีแนวโน้มพบได้มากขึ้น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งผิวหนังชนิด melanoma มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งลำไส้ใหญ่ พบได้บ่อยตามลำดับ การวินิจฉัย และประเมินระยะของโรคทำได้ยาก เนื่องจาก อาการและอาการแสดงหลายอย่างของมะเร็งแยกได้ยากจากอาการของสตรีตั้งครรภ์ปกติ การตรวจร่างกายอาจแปลผลได้คลาดเคลื่อนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาระหว่างการตั้งครรภ์ รวมทั้งข้อจำกัดในการส่งตรวจทางรังสีวินิจฉัยโดยเฉพาะผลกระทบของรังสีต่อทารก ส่งผลให้การวินิจฉัยล่าช้าและมักพบผู้ป่วยในระยะลุกลาม  หลักการรักษาประเมินจาก อายุครรภ์ของผู้ป่วย ระยะของโรค และสภาพของผู้ป่วย ไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์พยายามหลีกเลี่ยงการรักษาถ้าเป็นไปได้ โดยเฉพาะเคมีบำบัด เพราะมีผลต่อการสร้างอวัยวะต่างๆ และ  teratogenesis ในไตรมาสสองสามารถให้การรักษาได้แต่เพิ่มความเสี่ยงแก่ทารก ได้แก่ การเจริญเติบโตช้าในครรภ์ ทารกตายในครรภ์ การคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักน้อยกว่าปกติ การกดไขกระดูกในมารดาและทารก ส่วนไตรมาสสามอาจให้การรักษาทันทีหรือเริ่มการรักษาภายหลังการคลอดขึ้นอยู่กับระยะของโรค สำหรับรังสีรักษาพิจารณาให้หลังคลอด โดยปัจจัยที่ส่งผลของรังสีต่อทารกได้แก่ ปริมาณรังสีที่ได้รับ ขอบเขตการได้รับรังสี ระยะห่างของของทารกกับแหล่งให้พลังงานรังสี การหุ้มเพื่อป้องกันรังสี (shielding) เป็นต้น นอกจากนี้มะเร็งในภาวะตั้งครรภ์ส่งผลต่อสภาพจิตใจต่อผู้ป่วยอย่างมาก ก่อให้เกิดความเครียดและกระตุ้นให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้ ดังนั้นแพทย์ที่ดูแลควรดูแลสภาพจิตใจของผู้ป่วยและครอบครัวร่วมกับการดูแลรักษามะเร็ง

คำสำคัญ : มะเร็งในระหว่างการตั้งครรภ์, มะเร็ง, การตั้งครรภ์, การดูแลรักษา

 

Abstract

Cancer during pregnancy is rare, but it leads to high morbidity and mortality in both mother and fetus. The estimated incidence is increasing. Cervical carcinoma, malignant melanoma, breast cancer, lymphoma, leukemia and colorectal cancer are common cancers occurred during pregnancy respecttively. Diagnosis is usually delayed because clinical manifestations of cancer are similar to   physiologic symptoms of pregnancy. The diagnostic investigations are restricted due to exposure to ionizing radiation. Consequently, pregnant cancer patients are frequently found in advanced stage. Management depends on gestational age, stage of cancer, and performance status of patients. First trimester is an organogenesis period of fetus. In this period, treatment, such as chemotherapy or radiation, should be avoided due to high risk for teratogenesis. Chemotherapy is rather safe during the second and third trimester; however, it is associated with higher risk of fetal growth retardation, still birth, premature birth and maternal/fetal myelosuppression. Delay treatment until delivery may be an option for cancer patients who are diagnosed during the third trimester. Radiotherapy should be postponed until delivery because embryonic tissue is highly sensitive which possibly leads to teratogenesis and other abnormalities such as malformation, preterm delivery, and intrauterine growth retardation. The effective fetal dose depends on size of radiation field, target dose, distance from fetus to edge of the field, shielding measures and specific radiation machine and leakage. Psychological problem is commonly found in cancer pregnant patients especially in patients whose pregnancy are terminated. A multidisplinary team including oncologist, obstetricians, surgeons, neonatologists, psychologists and social worker is necessary in management of cancer during pregnancy.

Keywords : cancer during pregnancy, cancer, pregnancy, chemotherapy, radiation, management

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
Review Articles