The Prevalence and Associated Factors of the Chronic Pyelonephritis among the Hypertensive Patients at Phukieo Hospital, Chaiyapoom Province

Main Article Content

Chutchai Nganwai
Amorn Premgamone
Rotjanakarn Panduangkaew
Pattapong Ketsomboon
Thannapat Ditsataporncharoen
Arkhom Bunloet

Abstract

Background and Objectives: Hypertension (HT) increases the risk of developing hyperuricemia, kidney stone. Undiagnosed chronic urinary tract infection may have not been treated properly; this may eventually lead to chronicpyelonephritis (CPN) andchronickidneydisease. This study aims to investigate the prevalence and associated factors of CPN in HT

 

Method: Ahospital-based cross sectional studyfor CPN was performed amongthe HTaged ≥ 30 years in Phukieo hospital,ChaiyapoomPrivince. Systematic sampling method was performed.

Results: In this study, 204 participants were involved, 73.5% of which were females and the average age was 63.2±10.8years. Most of the patients (37.7 %)were farmers.Prevalence of Cronic Kidney Disease(CKD)stage 3-5(eGFR<60 ml/min/1.73 m2),Microalbuminuriaand hyperuricemiawere27.0 ,44.6  and 39.7 percent ,respectively. The prevalence of CPN in the hypertensive patients was14.2%. The associated factors for CPNweredehydration,symptoms aggravated when consuming bamboo shoot ,Isarn syndrome (ISS) and urinary crystal or sludge[with oddsratio(95%CI) of 4.81 (1.57, 14.77), 2.40 (1.07, 5.38)and2.28 (1.03, 5.08), respectively]. The prevalence of ISS was41.2% in the HT with CPN.

Conclusions: In the HT, approximatelymore than one fourth developed CKD stage3-5 and one seventhhad concurrent CPN. We recommendscreening the CPN by the history of aggravated symptomswhen consumed bamboo shoots or the MFT.

 

ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับผู้ที่มีภาวะกรวยไตอักเสบเรื้อรังในผู้ป่วยผู้ป่วยความดันโลหิตสูง กรณีศึกษาที่โรงพยาบาลภูเขียว จ.ชัยภูมิ

หลักการและวัตถุประสงค์:โรคความดันโลหิตสูง (HT) เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะกรดยูริกในเลือดสูงนิ่วในไต การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม อาจนำไปสู่การเป็นโรคกรวยไตอักเสบเรื้อรัง (กตร.) และไตวายในที่สุดการศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ กตร.ในผู้ป่วย HT

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง (Cross sectionalstudy)

ทำการสุ่มตัวอย่างโดยวิธี systematic sampling ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป จากผู้ป่วยHTที่มารับบริการที่คลินิกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลภูเขียว 

ผลการศึกษา:จำนวนตัวอย่างที่ศึกษา 204 ราย5ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 73.5 อายุเฉลี่ย 63.24±10.79 ปี ประกอบอาชีพเกษตรกรรมร้อยละ 37.7 พบความชุกของภาวะโรคไตเรื้อรัง(eGFR<60 ml/min/1.73 m2), ภาวะ Microalbuminuriaและภาวะกรดยูริกในเลือดสูง เป็น ร้อยละ 27.0 , 44.6  และ 39.7 ตามลำดับพบความชุกของ กตร.ร้อยละ 14.2 พบความสัมพันธ์ระหว่าง กตร.กับตัวแปรที่สำคัญดังต่อไปนี้ คือ ดื่มน้ำน้อยมีอาการผิดปกติเมื่อบริโภคหน่อไม้อาการอีสานรวมมิตร (อสร.) และโดยมีค่า OddsRatio (95%CI) เท่ากับ 4.81 (1.57, 14.77), 2.40 (1.07, 5.38) และ 2.28 (1.03, 5.08) ตามลำดับ ในผู้ป่วย กตร.พบความชุกของ อสร.ร้อยละ 41.2

สรุป: ในผู้ป่วย HT มากกว่า  1ใน 4 มี ปัญหาโรคไต้เรื้อรังระดับ3 ขึ้นไป และประมาณ 1 ใน 7เป็นกตร.อาจคัดกรองภาวะ กตร.ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงโดยประวัติผิดปกติเมื่อบริโภคหน่อไม้หรือการทำ Modified first test;MFT 

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
Original Articles