ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านโภชนาการกับการบริโภคขนมและเครื่องดื่มรสหวานของนักศึกษาระดับปริญญาตรีกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผู้แต่ง

  • Kawinda Visedkaew Master of Public Health Student in Nutrition for Health Program, Faculty of Public Health, Khon Kaen University
  • Benja Muktabhant Research Group on Prevention and Control of Diabetes in the Northeast of Thailand, Graduate School, Khon Kaen University

คำสำคัญ:

ความรอบรู้ด้านโภชนาการ; ขนม; เครื่องดื่มรสหวาน; นักศึกษา, Nutrition literacy; snack; sweetened beverage; student

บทคัดย่อ

หลักการและวัตถุประสงค์: ความรอบรู้ด้านโภชนาการส่งผลถึงความสามารถในการเลือกบริโภคขนมและเครื่องดื่มที่เหมาะสม การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านโภชนาการกับการบริโภคขนมและเครื่องดื่มรสหวานของนักศึกษาระดับปริญญาตรี กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่าง 304 คน เก็บข้อมูลลักษณะส่วนบุคคล ความรอบรู้ด้านโภชนาการ และการบริโภคขนมและเครื่องดื่มรสหวานโดยใช้แบบสอบถามแบบให้ตอบเอง คำนวณหาปริมาณพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ที่ได้รับโดยใช้โปรแกรม INMUCAL-N version 4.0 วิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สถิติ Multiple Linear Regression

ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างมีความรอบรู้ด้านโภชนาการอยู่ในระดับ สูง ปานกลาง และ ต่ำ ร้อยละ 0.3, 73.7 และ 26.0 ตามลำดับ กลุ่มตัวอย่างได้รับพลังงานจากการบริโภคขนมและเครื่องดื่ม 388 กิโลแคลอรีต่อวัน ไขมันและน้ำตาลได้รับ 14.4 และ 32.2 กรัมต่อวัน และโซเดียมได้รับ 262.8 มิลลิกรัมต่อวัน คะแนนความรอบรู้ด้านทักษะการสื่อสารด้านโภชนาการมีความสัมพันธ์ทางลบกับพลังงานที่ได้รับจากการบริโภคขนมและเครื่องดื่มรสหวานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (coef. = -13.59, p = 0.04)

สรุป: นักศึกษาที่มีความรอบรู้เกี่ยวกับทักษะการสื่อสารด้านโภชนาการระดับดีจะได้รับพลังงานจากการบริโภคขนมและเครื่องดื่มรสหวานในปริมาณน้อย ดังนั้นควรส่งเสริมทักษะการสื่อสารด้านโภชนาการที่เกี่ยวกับการบริโภคขนมและเครื่องดื่มของนักศึกษา เพื่อให้เลือกบริโภคขนมและเครื่องดื่มที่เหมาะสมต่อไป

เอกสารอ้างอิง

1. World Health Organization. Non-communicable diseases [internet]. 2018. [cited 2018 Nov 13]. Available from: http://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases.
2. สุจิตต์ สาลีพันธ์, สายสม สุขใจ, บรรณาธิการ. สุขภาพดีเริ่มที่อาหารลดหวานมันเค็ม เติมเต็มผัก ผลไม้ เพิ่มขึ้น. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี:โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, 2554.
3. Cetthakrikul N, Phulkerd S, Jaichuen N, Sacks G, Tangcharoensathien V. Assessment of the stated policies of prominent food companies related to obesity and non-communicable disease (NCD) prevention in Thailand. Global Health 2019; 15: 12.
4. Kriengsinyos W, Chan P, Amarra MSV. Consumption and sources of added sugar in Thailand: a review. Asia Pac J Clin Nutr 2018; 27: 262-83.
5. นันทยา จงใจเทศ, ภัทธิรา ยิ่งเลิศรัตนะกุล, ปิยนันท์ เผ่าม่วง, วารีทิพย์ พึ่งพันธ์. ปริมาณไขมันทรานส์ในอาหารอบและทอด. นนทบุรี: กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, 2550.
6. Ponzo V, Ganzit GP, Soldati L, De Carli L, Fanzola I, Maiandi M, et al. Blood pressure and sodium intake from snacks in adolescents. Eur J Clin Nutr 2015; 69: 681-6.
7. วันทนีย์ เกรียงสินยศ. ลดโซเดียมยืดชีวิต. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2555.
8. Nguyen H, Wismer WV. A comparison of sensory attribute profiles and liking between regular and sodium-reduced food products. Food Res Int 2019; 123: 631-41.
9. สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. สรุปสำหรับผู้บริหารการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากร พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: กองสถิติสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2561.
10. สำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือรณรงค์ให้ความรู้เรื่องสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” สำหรับบุคคลทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข, 2559.
11. Institute of Medicine. Health Literacy: A Prescription to End Confusion. Washington, DC: National Academies Press, 2004.
12. Cullen T, Hatch J, Martin W, Higgins JW, Sheppard R. Food literacy: Definition and framework for action. Can J Diet Pract Res 2015; 76: 140–5.
13. Silk KJ, Sherry J, Winn B, Keesecker N, Horodynski MA, Sayir A. Increasing nutrition literacy: Testing the effectiveness of print, web site, and game modalities. J Nutr Educ Behav 2008; 40: 3-10.
14. Poelman MP, Dijkstra SC, Sponselee H, Kamphuis CBM, Battjes-Fries MCE, Gillebaart M, Seidell JC. Towards the measurement of food literacy with respect to healthy eating: the development and validation of the selfperceived food literacy scale among anadult sample in the Netherlands. Int J Behav Nutr Phy Act 2018; 15: 54.
15. Liao LL, Lai IJ. Construction of nutrition literacy indicators for college students in Taiwan: A Delphi consensus study. J Nutr Educ Behav 2017; 49: 734-42.
16. Anding JD, Suminski RR. Boss L. Dietary intake, body mass index, exercise, and alcohol: Are college women following the dietary guidelines for Americans?. J Am Coll Health 2001; 49: 167–171.
17. Hiza H, Gerrior SA. Using the Interactive Healthy Eating Index to assess the quality of college students’ diets. Fam Econ Rev 2002; 14: 3–12.
18. Racette SB,Deusinger SS, Strube MJ, Highstein GR, Deusinger RH. Weight changes, exercise, and dietary patterns during freshman and sophomore years of college. J Am Coll Health 2005; 53: 245–51.
19. Cohen, J. Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Earlbaum Associates, 1988.
20. เบญจมาศ เผยกลาง, เบญจา มุกตพันธุ์. ความสัมพันธ์ระหว่างระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารและกิจกรรมทางกายของหญิงวัยกลางคน อาศัยอยู่ที่ตำบลโตนด อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2562; 12: 51-61.
21. Nikhom T. Multiple regression analysis sample size calculation [internet]. 2017. [cited Jul 1, 2019].Available from:https://home.kku.ac.th/nikom/sample_size_multiple_regression_2560.pdf.
22. Bloom B, Madaus GF, Hastings JT. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill, 1971.
23. พเยาว์ พงษ์ศักดิ์ชาติ, ประไพจิตร์ โสมภีร์, อาทิตยา แก้วน้อย, กนกกาญจน์ เมฆอนันต์ธวัช. ความรอบรู้ทางสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพตามภูมิปัญญาท้องถิ่นของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2562; 28: 20-32.
24. ศิริวรรณ ชอบธรรมสกุล. ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการป้องกันโรคอ้วนของนักศึกษาปริญญาตรีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสารสหวิทยาการวิจัย 2562; 8: 116-23.
25. กรกนก ลัธธนันท์, จันทร์เพ็ญ นิลวัชรมณี. ความรอบรู้ด้านสุขภาพของนักศึกษาพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี 2562; 35: 277-89.
26. วัชราพร เชยสุวรรณ, อมลวรรณ ตันแสนทวี. ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพของนักเรียนพยาบาลศาสตร์วิทยาลัย พยาบาลกองทัพเรือ. วารสารแพทย์นาวี 2561; 45: 250-66.
27. มัณทนาวดี เมธาพัฒนะ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักศึกษาพยาบาล. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 2560; 25: 20-9.
28. สุวลี โล่วิรกรณ์, เบญจา มุกตพันธุ์, ภัทระ แสนไชยสุริยา, ณิตชาธร ภาโนมัย. รูปแบบการบริโภคอาหารของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ก่อนและหลังเรียนวิชาโภชนสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2555; 5: 77-86.
29. สุวลี โล่วิรกรณ์, เบญจา มุกตพันธุ์, ณิตชาธร ภาโนมัย, จิดาภา พลางวัน, ศิขิน รัตนทิพย์. การบริโภคเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ของนักศึกษาวิทยาศาสตร์บัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2556; 6: 62-8.
30. รยาตรี ภูวชินพงศ์, สุวลี โล่วิรกรณ์, พิษณุ อุตตมะเวทิน. พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีแคลเซียมของนักศึกษาวิทยาศาสตรบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิยาลัยขอนแก่น. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2560; 10: 23-31.
31. วสุนธรี เสรีสุชาติ, วิไลลักษณ์ ศรีสุระ, ณัฎฐิรา ทองบัวศิริไล. คู่มือจำแนกอาหาร ขนม นม และเครื่องดื่ม ตามมาตรฐานโภชนาการสำหรับเด็กอายุ 3-15 ปี (ฉบับปรับปรุง). พิมพ์ครั้งที่ 3. นนทบุรี: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, 2560.
32. Promdee L. Trakulthong J. Kangwantrakul W. Sucrose consumption in Thai undergraduate students. Asia Pac J Clin Nutr 2007; 16: 22-6.
33. สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ยุทธศาสตร์ลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในประเทศไทย พ.ศ. 2559-2568. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, 2559.
34. Carrara A, Schulz PJ. The role of health literacy in predicting adherence to nutritional recommendations: A systematic review. Patient Educ Couns 2018; 101: 16-24.
35. นาตาลี บัวงาม, ธนัญญา ฮวบสมบูรณ์, ภัทรภร ประภาลิมรังสี, อารีรัตน์ บุญส่ง, ศิวพร เกาะเกตุ, กมลพรรณ วัฒนากร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงของนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี 2562; 2: 45-61.
36. อภิญญา อุตระชัย, กริช เรืองไชย. ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ พฤติกรรมการบริโภคขนมและเครื่องดื่มรสหวานและภาวะโภชนาการของในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม 2561; (ฉบับการประชุมวิชาการครบรอบ 25 ปี): 95-102.
37. Lee CK, Liao LL, Lai IJ, Chang, LC. Effects of a healthy-eater self-schema and nutrition literacy on healthy-eating behaviors among Taiwanese college students. Health Promot Int 2017; 34: 1-8.
38. ชลิดา เลื่อมใสสุข, วัชรี พืชผล. ความรู้ทางโภชนาการและพฤติกรรมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของ

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-04-08

รูปแบบการอ้างอิง

1.
Visedkaew K, Muktabhant B. ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านโภชนาการกับการบริโภคขนมและเครื่องดื่มรสหวานของนักศึกษาระดับปริญญาตรีกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. SRIMEDJ [อินเทอร์เน็ต]. 8 เมษายน 2020 [อ้างถึง 14 กุมภาพันธ์ 2026];35(2):183-92. available at: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/SRIMEDJ/article/view/241483

ฉบับ

ประเภทบทความ

Original Articles