การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนารูปแบบการลดการสัมผัสสารเคมีปราบศัตรูพืชของกลุ่ม เกษตรกร : กรณีศึกษากลุ่มผู้ปลูกยาสูบบ้านนายอ ต.นางาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม
คำสำคัญ:
การลดการสัมผัสสารเคมี; เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ; การพัฒนารูปแบบบทคัดย่อ
หลักการและวัตถุประสงค์: ปริมาณการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชในเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบมีแนวโน้มมากขึ้น และผลกระทบที่เกิดจากการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืชมีมากทั้งผลต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการลดการสัมผัสสารเคมีปราบศัตรูพืชของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบบ้านนายอ ต.นางาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม
วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) นี้ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบจำเพาะเจาะจง มีการดำเนินการ 4 ขั้นตอนประกอบด้วย 1) การศึกษาสถานการณ์จริงชุมชน 2) การจัดประชุมระดมสมองและสะท้อนคิด 3) การดำเนินการตามรูปแบบ และ 4) ประเมินผลการดำเนินการ เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แนวคำถามการสัมภาษณ์เชิงลึก แนวคำถามการสนทนากลุ่ม ประเด็นการสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม แนวทางการจัดประชุมระดมสมองและสะท้อนคิด และแบบสอบถามความรู้และพฤติกรรมการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืช วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและความถี่ ร้อยละ
ผลการศึกษา: เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง มีการใช้สารเคมีทุกคน ปีละ 3- 4 ครั้ง มีการทำพันธะสัญญากับบริษัทยาสูบเอกชน ส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับสารเคมีระดับสูง พฤติกรรมการใช้สารเคมีทั้ง ก่อน ขณะและหลังใช้สารเคมีอยู่ในระดับสูง การพัฒนาได้แนวปฏิบัติการลดการสัมผัสสารเคมีทั้ง 4 ขั้นตอนของการปลูกยาสูบคือ 1) การเพาะต้นกล้า 2) การดูแลต้นยา 3) การเก็บเกี่ยวใบยา และ4) การบรรจุใบยา ผลการดำเนินการตามแนวปฏิบัติพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติลดการสัมผัสสารเคมีที่พัฒนาขึ้นแต่กระบวนการยังยุ่งยากในการปฏิบัติและไม่มั่นใจถึงประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติของการปราบศัตรูพืชที่ใช้ใหม่ด้วย
สรุป: เกษตรกรรับรู้ถึงผลที่เกิดจากการสัมผัสสารเคมีปราบศัตรูพืชและเห็นความสำคัญของการหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีแต่ยังไม่มั่นใจถึงประสิทธิภาพของแนวปฏิบัติการลดการสัมผัสสารเคมีที่นำมาใช้
