ผู้สููงอายุไทยที่อาศัยอยู่ลำพังในเขตเมืองวางแผนการดูแลสุขภาพของตนเองอย่างไร:การศึกษาเชิงคุณภาพในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ผู้แต่ง

  • ศิริวรรณ จิตตปราณีรัชต์ โรงพยาบาลโพทะเล จังหวัดพิจิตร
  • สายพิณ หัตถีรัตน์ ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • จิตติมา บุญเกิด ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • เรือนขวัญ กัณหสิงห์ สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คำสำคัญ:

ผู้สูงอายุผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ลำพัง; แผนการดูแลสุขภาพ; การวางแผน

บทคัดย่อ

หลักการและวัตถุประสงค์: จำนวนผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังมีแนวโน้มสูงขึ้น การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการวางแผนการดูแลสุขภาพและความต้องการด้านสุขภาพของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ลำพังในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพเก็บรวมรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกตามแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างในผู้สูงอายุที่มารับบริการที่แผนกตรวจผู้ป่วยนอกเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จำนวน 20 ราย วิเคราะห์ข้อมูลตามเนื้อหา

ผลการศึกษา:กลุ่มตัวอย่างทุกรายวางแผนพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด โดยมีแผนดูแลสุขภาพโดยทั่วไปด้วยการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและมีวินัยในการรักษาโรคเรื้อรัง กรณีเจ็บป่วยเฉียบพลันเล็กน้อยจะไปพบแพทย์หรือจัดยากินเอง กรณีฉุกเฉินจะอาศัยแหล่งความช่วยเหลือที่สร้างไว้ล่วงหน้า กรณีเจ็บป่วยรุนแรงวางแผนย้ายไปอยู่กับผู้อื่นสถานบริบาลผู้สูงอายุหรือฆ่าตัวตาย ผู้สูงอายุส่วนใหญ่นึกถึงความตายและวาระสุดท้ายของชีวิต ครึ่งหนึ่งมีแผนจัดการศพ หลายรายวางแผนบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่ผู้สูงอายุมีความต้องการด้านสุขภาพ ได้แก่ สิทธิการรักษาพยาบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การให้ความรู้ด้านสุขภาพ การจัดระบบบริการทางการแพทย์สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ระบบที่ปรึกษา การเยี่ยมบ้าน กองทุนจัดการศพ การเพิ่มจำนวนและพัฒนาสถานบริบาลผู้สูงอายุให้เพียงพอ

สรุป:ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังในเขตเมืองให้ความสำคัญกับความสามารถในการช่วยเหลือตนเองตระหนักในการดูแลสุขภาพและวางแผนพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด สิ่งที่ผู้สูงอายุต้องการคือ ระบบสวัสดิการและสาธารณสุขที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตลำพัง โดยเฉพาะระบบที่ปรึกษาและแหล่งความช่วยเหลือในยามเจ็บป่วย

เอกสารอ้างอิง

1. กลุ่มสถิติแรงงาน สำนักสถิติเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ. สรุปผลที่สำคัญการทำงานของผู้สูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2555. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ; 2556.
2. รายงานประจำปี สถานการณ์ผู้สูงอายุไทยพ.ศ.2555.พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: เอสเอส พลัส มีเดีย; 2556.
3. Iliffe S, Tai SS, Haines A, Gallivan S, Goldenberg E, Booroff A, et al. Are elderly people living alone an at risk group? BMJ1992; 305: 1001-4.
4. Huang LH, Lin YC. The health status and needs of community elderly living alone. JNursRes2002; 10: 227-36.
5. Fukunaga R, Abe Y, Nakagawa Y, Koyama A, Fujise N, Ikeda M. Living alone is associated with depression among the elderly in a rural community in Japan. Psychogeriatrics2012; 12: 179-85.
6. Yeh S-CJ, Lo SK. Living alone, social support, and feeling lonely among the elderly. Soc. Behav. Pers.2004; 32: 129-38.
7. Greenfield. EA, Russel D. Identifying living arrangements that heighten risk for loneliness in later life: Evidence from the U.S. National Social Life, Health, and Aging Project. J. Appl. Gerontol.2011; 30: 524-34.
8. Kawamoto R, Yoshida O, Oka Y, Kodama A. Influence of living alone on emotional well-being in community-dwelling elderly persons. Geriatr Gerontol Int 2005; 5: 152-8.
9. Michael YL, Berkman LF, Colditz GA, Kawachi I. Living arrangements, social integration, and change in functional health status. Am J Epidemiol 2001; 153: 123-31.
10. Carrese JA, Mullaney JL, Faden RR, Finucane TE. Planning for death but not serious future illness: qualitative study of housebound elderly patients. BMJ 2002; 325: 125.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-07-21

รูปแบบการอ้างอิง

1.
จิตตปราณีรัชต์ ศ, หัตถีรัตน์ ส, บุญเกิด จ, กัณหสิงห์ เ. ผู้สููงอายุไทยที่อาศัยอยู่ลำพังในเขตเมืองวางแผนการดูแลสุขภาพของตนเองอย่างไร:การศึกษาเชิงคุณภาพในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. SRIMEDJ [อินเทอร์เน็ต]. 21 กรกฎาคม 2020 [อ้างถึง 26 กุมภาพันธ์ 2026];35(4):438-44. available at: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/SRIMEDJ/article/view/245519

ฉบับ

ประเภทบทความ

Original Articles