ความสัมพันธ์ของพฤติกรรมการดูแลตนเองและความเชื่อเกี่ยวกับโรคเบาหวานกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายเชื้อชาติ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2; เชื้อชาติ; พฤติกรรมการดูแลตนเอง; ความเชื่อเกี่ยวกับโรคเบาหวาน; การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบทคัดย่อ
หลักการและวัตถุประสงค์ : พฤติกรรมการดูแลตนเองและความเชื่อด้านสุขภาพอาจส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาความสัมพันธ์ของพฤติกรรมการดูแลตนเองและความเชื่อเกี่ยวกับโรคเบาหวานกับระดับน้ำตาลในเลือดสะสมของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
วิธีการศึกษา : เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
จำนวน 290 ราย อาศัยอยู่ที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ลักษณะส่วนบุคคล พฤติกรรมการดูแลตนเอง ความเชื่อเกี่ยวกับโรคเบาหวาน และกิจกรรมทางกายใช้แบบสอบถามกิจกรรมทางกายระดับโลก ข้อมูลน้ำตาลในเลือดสะสมนำมาจากเวชระเบียนของคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาล
อำเภอนาแก เก็บข้อมูลระหว่างมกราคม – กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของพฤติกรรมการดูแลตนเองและความเชื่อเกี่ยวกับโรคเบาหวานกับระดับน้ำตาลในเลือดโดยใช้สถิติถดถอยพหุโลจิสติก
ผลการศึกษา : กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิงร้อยละ 80.3 อายุเฉลี่ย 58.9 ± 9.7 ปี เป็นชนเผ่าไทยกะเลิง ไทยญ้อ และภูไท ร้อยละ 50.7, 19.3 และ 17.6 ตามลำดับ กลุ่มตัวอย่างที่คุมน้ำตาลในเลือดได้ (HbA1c < 7%) มีเพียงร้อยละ 20.7 และกลุ่มที่คุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้ในระดับที่มีความเสี่ยงสูง (HbA1c > 8%) พบร้อยละ 59.3 การวิเคราะห์ถดถอยพหุโลจิสติกเมื่อควบคุมตัวแปรเพศและชนเผ่า พบว่า อายุ > 60 ปี (ORadj= 0.37, 95% CI: 0.21-0.62) การเป็นโรคเบาหวาน ≥ 10 ปี (ORadj = 2.13, 95% CI: 1.25 - 3.62) และการดื่มเครื่องดื่มรสหวาน ≥ 1 ครั้ง/สัปดาห์ (ORadj= 1.71, 95% CI: 1.03 - 2.83) มีความสัมพันธ์กับการควบคุมน้ำตาลไม่ได้ในระดับเสี่ยงสูง (HbA1c ≥ 8%) สำหรับความเชื่อไม่พบมีความสัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือดสะสม
สรุป : ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ส่วนใหญ่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ในการดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานควรเน้นการลดการดื่มเครื่องดื่มรสหวานโดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานมานาน และอยู่ในวัยกลางคน
เอกสารอ้างอิง
2. American Diabetes Association. Standards of medical care in diabetes: Diabetes Care 2014; 37: (Suppl. 1): S14–S80.
3. วิชัย เอกพลากร, บรรณาธิการ. การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2559.
4. กระทรวงสาธารณสุข.ร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีปีงบ
ประมาณ 2562. [อินเตอร์เน็ต] 2562 [เข้าถึงเมื่อ 28 พฤษภาคม 2562]; เข้าถึงได้จาก: https://hdcservi ce.moph.go.th
5. Evert AB, Boucher JL, Cypress M, Dunbar SA, Franz MJ, Mayer-Davis EJ, et al. Nutrition therapy recommendations for the management of adults with diabetes. Diabetes Care 2014; 37(suppl 1): S120-143.
6. Becker MH. The health belief model and preventive health behavior. Health Education Monographs 1974; 2: 385-54.
7. สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานจังหวัดนครพนม พ.ศ. 2557-2562. [อินเตอร์เน็ต] 2562. [เข้าถึงเมื่อ 29 พฤษภาคม 2562]; เข้าถึงได้จาก: https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report.
8. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม. กลุ่มรายงานข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อ. [อินเตอร์เน็ต] 2562. [เข้าถึงเมื่อ 10 พฤษภาคม 2562]; เข้าถึงได้จาก: https://npm.hdc.moph. go.th/hdc/reports/page.php?cat_id=b2b59e64c4e6c92d4b1ec16a599d882b.
9. Hsieh FY, Bloch DA, Larsen MD. A simple method of sample size calculation for linear and logistic regression. Statistics in Medicine 1998; 17: 1623-34.
10. Hosmer DW, Lemeshow S. Applied Logistic Regression. New York : Wiley, 2000.
11. Best JW. Research in education: 3rd ed. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall, 1997.
12. World Health Organization. Global Physical Activity Surveillance : GPAQ Analysis Guide [Internet] 2015. [cited September 11, 2019]; Available from: http://www.who.int/chp/steps/GPAQ/en/.
13. หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ฯ นครพนม. ตำนานชาวย้อและเผ่าต่างๆ ในนครพนม. [อินเตอร์เน็ต] 2556. [เข้าถึงเมื่อ 10 มีนาคม 2563]. เข้าถึงได้จาก http://www.finearts.go.th/nakhonpha nomlibrary/parameters/km/5.
14. นวรัตน์ บุญภิละ. วิถีชีวิต ความเชื่อ และภูมิปัญญาของชาวผู้ไทในอีสาน. วารสารพื้นถิ่นโขงชีมูล 2558; 1: 111-132.
15. ปกาสิต โอวาทกานนท์. ผลการดูแลรักษาเบาหวานและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลทรายมูล. ศรีนครินทร์เวชสาร 2554; 26: 339-349.
16. อมรรัตน์ ภิรมย์ชม, อนงค์ หาญสกุล. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดขอนแก่น 2555; 19: 1-10.
17. วิมลรัตน์ จงเจริญ, วันดี คหะวงศ์, อังศุมา อภิชาโต, อรนิช แสงจันทร์, ประภาพร ชูกำเหนิด, กัลยาณี บุญสิน และคณะ. รูปแบบการส่งเสริมการดูแลตนเอง เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. สงขลานครินทร์เวชสาร 2551; 26: 71-84.
18. อนัญญา ประดิษฐปรีชา, เบญจา มุกตพันธุ์. ปัจจัยด้านการบริโภคอาหารที่มีผลต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในประชากร อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารวิจัยมข. ฉบับบัณฑิตศึกษา2555; 12: 61-69.
19. วรดา มาลา, ประจักร บัวผัน. การดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในเขตพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลห้วยมะหรี่ ตำบลโนนเมือง อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น 2560; 24:71-79.
20. ฤทธิรงค์ บูรพันธ์, นิรมล เมืองโสม. ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2556; 6: 102-109.
21. สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ศรีเมืองการพิมพ์, 2560.
22. วรารัตน์ ปาจรียานนท์, ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์, ลุนณี สุวรรณโมรา, สุพรรัตน์ ช่องวารินทร์, นวรัตน์ ภูเหิน. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม 2561; 15: 118-127.
23. El Bilbeisi AH, Hosseini S, Djafarian K. Association of dietary patterns with diabetes complications among type 2 diabetes patients in Gaza Strip, Palestine: a cross sectional study. J Health Popul Nutr 2017; 36: 1-11.
24. สำนักโภชนาการ. กระทรวงสาธารณสุข. อิ่ม อร่อย ได้สุขภาพ สไตล์เบาหวาน. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: บริษัทสามเจริญพาณิชย์จำกัด, 2561.
25. สุวัฒน์ ศิริเเก่นทราย. ความเชื่อด้านสุขภาพที่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ตำบลกุดจิก อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารวิชาการเซาธ์อีสท์บางกอก 2562; 5: 55-68.
26. Almetwazi M, Alwhaibi M, Balkhi B, Almohaini H, Alturki H, Alhawassi T, et al. Factors associated with glycemic control in type 2 diabetic patients in Saudi Arabia. Saudi Pharm J 2019; 27: 384-388.
27. เพรียวพันธุ์ อุสาย, นิรมล เมืองโสม, ประยูร โกวิทย์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ขึ้นทะเบียนรักษาในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2555; 5: 11-20.
28. ชลวิภา สุลักขณานุรักษ์, วโรดม ใจสนุก, เบญจา มุกตพันธุ์. ความสัมพันธ์ของภาวะซึมเศร้าและความเครียดกับระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับการรักษาที่คลินิกเบาหวานของโรงพยาบาลน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น. ศรีนครินทร์เวชสาร 2559; 31: 34-46.
29. หฤทัย เสือบัว. ปัจจัยส่วนบุคคลและลักษณะทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ศูนย์บริการสาธารณสุข 3 สวนพริกไทย. ศรีนครินทร์เวชสาร 2562; 34: 328-335.
30. Neesha RP, Carolyn CG, Christine B, Anne K, Christian B, David R. Illness beliefs and the sociocultural context of diabetes self-management in British South Asians: a mixed methods study. BMC Fam Pract 2015; 16: 1-12.
31. สมเกียรติ สุทธรัตน์, ปาริชาติ เมืองขวา. ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับการส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม 2561; 8: 255-261.
32. ลือชัย ศรีเงินยวง. สังคมวิทยาและมานุษยวิทยาการแพทย์. พิมพ์ครั้งที่ 7. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2555.
