การประเมินการนำส่งส่วนประกอบเลือดไปหอผู้ป่วย คลังเลือดกลาง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
คำสำคัญ:
การจัดส่งส่วนประกอบเลือด, การควบคุมอุณหภูมิ, ระบบขนส่งส่วนประกอบเลือดบทคัดย่อ
หลักการและวัตถุประสงค์: คลังเลือดกลาง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้พัฒนาระบบจัดส่งส่วนประกอบเลือดในช่วงเดือนตุลาคม -ธันวาคม พ.ศ. 2559 และนำรูปแบบที่พัฒนาได้มาใช้งานอย่างครอบคลุมทุกหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นในปี พ.ศ. 2560 จนถึงปัจจุบัน การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการจัดส่งส่วนประกอบเลือดไปยังหอผู้ป่วยโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี พ.ศ.2567
วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบย้อนหลัง retrospective descriptive study ข้อมูลการจัดส่งส่วนประกอบเลือดไปยังหอผู้ป่วย โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผ่านระบบขนส่งส่วนประกอบเลือดของคลังเลือดกลาง ในช่วงวันที่ 1 มกราคม -31 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 จำนวน 30,588 ยูนิต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา
ผลการศึกษา: มีการจัดส่งส่วนประกอบเลือด จำนวน 14,698 ครั้ง ส่วนประกอบเลือดหลักที่จัดส่งคือ เม็ดเลือดแดงและพลาสมา (ทั้งแบบแช่แข็งและละลายพร้อมใช้) จำนวน 17,305 และ 13,283 ยูนิต ตามลำดับ มีการนำส่งพลาสมาละลายพร้อมใช้จำนวน 7,112 ยูนิต (ร้อยละ 53.5) ผลการรวบรวมข้อมูลด้านอุณหภูมิระหว่างการขนส่งจำนวน 5,649 ครั้ง ผลการติดตามการควบคุมอุณหภูมิในระหว่างการขนส่งสามารถควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 1-10 องศาเซลเซียสได้ทั้งหมด ระดับความพึงพอใจเฉลี่ยร้อยละ 93.48±1.03 หอผู้ป่วยที่ใช้บริการจัดส่งส่วนประกอบเลือดมากที่สุด 5 อันดับแรก คือห้องผ่าตัดฉุกเฉิน ห้องผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือด หอผู้ป่วยอายุรกรรม หอผู้ป่วยเด็ก และหอผู้ป่วยวิกฤติศัลยกรรม
สรุป: ระบบการขนส่งส่วนประกอบเลือดไปยังหอผู้ป่วยที่พัฒนาขึ้นสามารถขนส่งเม็ดเลือดแดงและพลาสมาจำนวนรวม 30,588 ยูนิต ในรอบการจัดส่ง 14,698 ครั้ง ในช่วง 7 เดือนที่ทำการติดตามการประเมินผล ซึ่งถือว่าได้ให้บริการเป็นจำนวนมาก สามารถควบคุมอุณหูมิในการขนส่งเม็ดเลือดแดงเข้มข้นและพลาสมาให้อยู่ระหว่าง 1-10 องศาเซลเซียส ได้ทั้งหมดตามเกณฑ์มาตรฐาน
เอกสารอ้างอิง
Thai red cross society. The appropriate use of blood and blood components. Bangkok, Pimnapat ; 2023.
World Health Organization. The blood cold chain: guide to the selection and procurement of equipment and accessories. Geneva: WHO; 2002.
World Health Organization. Manual on the management, maintenance and use of blood cold chain equipment. Geneva: WHO; 2005.
Brecher ME. Technical manual. 15th ed. Bethesda, MD: American Association of Blood Banks; 2005.
UK blood transfusion and tissue transplantation services. New regulation the ‘cold chain’ [Internet].2024 [cited Jan 1, 2025]. Available from: http://www.transfusionguidelines.org.uk
Faber JC. Blood cold chain. ISBT Science Series, Vox Sanguinis. 2007;2:1-6. doi: 10.1111/j.1751-2824.2007.00100.x
Tantanapornkul P, Phunikhom K, Jenwitheesuk K. Blood components logistics solution in Srinagarind Hospital, Faculty of Medicine, Khon Kaen University, Thailand. Srinagarind Med J 2018 ;33(suppl 5):95-101.
Patel R, Singh A, Kumar V. Blood component logistics management in a large hospital in India. J Transfus Med 2020;38(4):215-23.
Silva M, Rocha T, Almeida P. Quality control of blood component transport in a university hospital in Brazil. Hematol Transfus Sci 2019;40(2):98-105.
Wong J, Tan L, Ng S. Development of RFID technology for tracking blood transportation in a Singapore hospital. J Med Syst 2021;45(3):67-75.
Chaudhary R, Akram M, Iqbal Z. Analysis of errors in blood transport in a government hospital in Pakistan. Pak J Med Sci 2018;34(1):55-61.
Smit J, Van Dijk B, Koster H. Impact of blood transportation on red blood cell quality in European hospitals. Vox Sang 2022;117(2):102-10. doi:10.1111/vox.13295
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 ศรีนครินทร์เวชสาร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
