ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความต้องการเอกสารรับรองความพิการทางการได้ยิน ในผู้ป่วยที่มีภาวะการได้ยินบกพร่อง ณ โรงพยาบาลบึงกาฬ

ผู้แต่ง

  • กนกกาญจน์ มหาวีรวัฒน์ กลุ่มงานโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ประเทศไทย 38000
  • ชลธิชา จิตเอิ้อโอภาส กลุ่มงานโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ประเทศไทย 38000

DOI:

https://doi.org/10.64960/srimedj.v41i3.270757

คำสำคัญ:

เอกสารรับรองความพิการทางการได้ยิน, ปัจจัย, เครื่องช่วยฟัง, ผู้พิการทางการได้ยิน

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ภาวะการได้ยินบกพร่องพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทยส่งผลให้ภาวะการได้ยินบกพร่องเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย การฟื้นฟูการได้ยินโดยการใส่เครื่องช่วยฟังเป็นแนวทางในการดูแลผู้ป่วย ซึ่งปัจจุบันระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสนับสนุนการออกเอกสารรับรองความพิการทางการได้ยินและการจัดหาเครื่องช่วยฟังในโรงพยาบาลของรัฐ อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ป่วยบางรายได้รับเพียงเอกสารรับรองความพิการโดยไม่ได้รับเครื่องช่วยฟัง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับความต้องการเอกสารรับรองความพิการทางการได้ยิน และประเมินความต้องการรับเครื่องช่วยฟัง

วิธีการศึกษา: การศึกษาแบบไปข้างหน้า ดำเนินการในผู้ป่วยที่มาด้วยปัญหาทางการได้ยิน ณ ห้องตรวจผู้ป่วยนอก แผนกโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลบึงกาฬ ช่วงวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจวัดระดับการได้ยิน โดยระดับการได้ยินคำนวณจากความถี่ที่ 500, 1,000, 2,000, 4,000 เฮิรตซ์ แบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่มตามความต้องการเอกสารรับรองความพิการและนำมาวิเคราะห์ด้วย multivariable logistic regression เพื่อหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์

ผลการศึกษา: จากผู้ป่วยทั้งหมด 385 ราย โดยมี 294 ราย (ร้อยละ 76.4) ต้องการรับเอกสารรับรองความพิการทางการได้ยิน และ 91 ราย (ร้อยละ 23.6) ไม่ต้องการ ปัจจัยที่สัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความต้องการเอกสารรับรอง ได้แก่ อายุ 60 ปีขึ้นไป (Adjusted Odds Ratio (AOR) 3.91, 95% CI 2.01-7.63) รายได้ต่อเดือนน้อยกว่า 10,000 บาท (AOR 2.15, 95% CI 1.04-4.41) ระยะเวลาที่มีอาการหูอื้อ 12 เดือนขึ้นไป (AOR 3.12,95% CI 1.53-6.37) และระดับการได้ยินเฉลี่ยในหูข้างที่ดีตั้งแต่ 61 เดซิเบลขึ้นไป (AOR 11.05, 95% CI 2.42-50.43) ในกลุ่มที่ต้องการเอกสารรับรองพบว่ามีความต้องการรับเครื่องช่วยฟังร้อยละ 70.2 (p < 0.001) และเข้าเกณฑ์พิการทางการได้ยินร้อยละ 73.8 (p < 0.001) โดยในผู้ที่เข้าเกณฑ์พิการทางการได้ยินทั้งหมด 226 ราย มีความต้องการใส่เครื่องช่วยฟัง 171 ราย (ร้อยละ 75.7) แต่ได้รับเครื่องช่วยฟังจริงเพียง 92 ราย (ร้อยละ 53.8 ของผู้ที่ต้องการเครื่องช่วยฟัง)

สรุป: อายุ ปัจจัยด้านสังคมเศรษฐกิจและอาการมีความสัมพันธ์กับการยื่นขอรับรองความพิการทางการได้ยิน แม้ว่าผู้พิการทางการได้ยินส่วนใหญ่มีความต้องการใส่เครื่องช่วยฟัง แต่การเข้าถึงเครื่องช่วยฟังยังต่ำ สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาการเข้าถึงบริการฟื้นฟูการได้ยินในระบบบริการสุขภาพ

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. World report on hearing. Geneva: World Health Organization; 2021.

Gates GA, Mills JH. Presbycusis. Lancet 2005;366(9491):1111-20. doi:10.1016/S0140-6736(05)67423-5.

Lin FR, Niparko JK, Ferrucci L. Hearing loss prevalence in the United States. Arch Intern Med. 2011;171(20):1851-2. doi:10.1001/archinternmed.2011.506.

Cunningham LL, Tucci DL. Hearing loss in adults. N Engl J Med 2017;377(25):2465-73. doi:10.1056/NEJMra1616601.

Department of Medical Services, Ministry of Public Health. Situation of hearing impairment in Thailand. Bangkok: Ministry of Public Health; 2021.

Dalton DS, Cruickshanks KJ, Klein BE, Klein R, Wiley TL, Nondahl DM. The impact of hearing loss on quality of life in older adults. Gerontologist 2003;43(5):661-8. doi:10.1093/geront/43.5.661.

Lin FR, Metter EJ, O’Brien RJ, Resnick SM, Zonderman AB, Ferrucci L. Hearing loss and incident dementia. Arch Neurol 2011;68(2):214-20. doi:10.1001/archneurol.2010.362.

Dawes P, Emsley R, Cruickshanks KJ, Jayakody DMPJ, Lopez OL, Mitchell P, et al. Hearing loss and cognition: the role of hearing aids, social isolation and depression. J Am Geriatr Soc 2015;63(8):1706-12. doi:10.1371/journal.pone.0119616.

Chien W, Lin FR. Prevalence of hearing aid use among older adults in the United States. Arch Intern Med 2012;172(3):292-3. doi:10.1001/archinternmed.2011.1408.

McCormack A, Fortnum H. Why do people fitted with hearing aids not wear them? Int J Audiol 2013;52(5):360-8. doi:10.3109/14992027.2013.769066.

Olusanya BO, Neumann KJ, Saunders JE. The global burden of disabling hearing impairment. Bull World Health Organ 2014;92:367-73. doi:10.2471/BLT.13.128728.

Davis A, McMahon CM, Pichora-Fuller MK, Russ S, Lin FR, Smith PA, et al. Aging and hearing health: the life-course approach. Gerontologist 2016;56(Suppl 2):S151-91. doi:10.1093/geront/gnw033.

Kamenov K, Martinez R, Kunjumen T, Chadha S. Ear and hearing care services in low- and middle-income countries. Bull World Health Organ 2021;99:699-707.

Tangcharoensathien V, Witthayapipopsakul W, Viriyathorn S, Patcharanarumol W. Universal health coverage in Thailand. BMJ 2018;363:k4150.

Prakongsai P, Limwattananon S, Tangcharoensathien V. The equity impact of Thailand’s universal coverage policy. Health Econ 2009;18(Suppl 2):S79-98.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-25

รูปแบบการอ้างอิง

1.
มหาวีรวัฒน์ ก, จิตเอิ้อโอภาส ช. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความต้องการเอกสารรับรองความพิการทางการได้ยิน ในผู้ป่วยที่มีภาวะการได้ยินบกพร่อง ณ โรงพยาบาลบึงกาฬ. SRIMEDJ [อินเทอร์เน็ต]. 25 มิถุนายน 2026 [อ้างถึง 29 ตุลาคม 2026];41(3):316-25. Available at: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/SRIMEDJ/article/view/270757

ฉบับ

ประเภทบทความ

Original Articles