การปรับปรุงพันธุ์งาเพื่อผลผลิตสูง : การเปรียบเทียบเบื้องต้นจากชุดรวบรวมและศึกษาพันธุ์ชุด ปี พ.ศ. 2543 และปี พ.ศ. 2544
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2007.6คำสำคัญ:
การเปรียบเทียบพันธุ์เบื้องต้น, ผลผลิตสูง, องค์ประกอบผลผลิต, ฐานข้อมูลบทคัดย่อ
เปรียบเทียบเบื้องต้นของสายพันธุ์งาเพื่อให้ได้งาพันธุ์ใหม่ที่มีผลผลิตสูงและขนาดเมล็ดโต โดยปลูกและประเมินสายพันธุ์งาจำนวน 29 สายพันธุ์ ซึ่งคัดเลือกมาจากการรวบรวมและศึกษาพันธุ์ในปี พ.ศง 2543 และในปี พ.ศ. 2544 ร่วมกับพันธุ์แนะนำอีก 4 พันธุ์ ที่ใช้เป็นพันธุ์ตรวจสอบได้แก่ งาแดงอุบลราชธานี 1 งาขาวมหาวารคาม 60 งาดำนครสวรรค์ และงาขาวอายุสั้นร้อยเอ็ด 1 ทดลองที่ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานีในต้นฤดูฝนปี พ.ศ. 2545 ได้สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงสุดต่อแปลงย่อยจำนวน 12 สายพันธุ์ 2.1-7.4 ก. น้ำหนัก 1,000 เมล็ด 2.58-3.78 ก. จำนวนฝัก/ต้น 24-60 ฝัก เมล็ดเป็นงาขาว 6 สายพันธุ์ งาดำ 2 สายพันธุ์ และงาสีน้ำตาลหรือเทา 4 สายพันธุ์ สำหรับงานวิจัยในฤดูปลายฝนก็ปลูกงาชุดเดียวกัน และคัดเลือกได้สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงสุดต่อต่อแปลงย่อยจำนวน 12 สายพันธุ์ โดยมีผลผลิต 442-546 ก. และผลผลิตต่อต้นของทั้ง 12 สายพันธุ์ 2.9-6.6 ก./ต้น น้ำหนัก 1,000 เมล็ด 2.60-3.40 ก. จำนวนฝักต่อต้นระหว่าง 12-35 ฝัก จากนั้นได้วิเคราะห์ผลร่วมกันระหว่างการปลูกสองฤดู โดยนำเข้าโปรแกรมฐานข้อมุล เพื่อดูข้อมูลต่าง ๆ ร่วมกับภาพประกอบของทรงต้นและลักษณะเมล็ด เพื่อช่วยในการตัดสินใจ คัดเลือกสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงและองค์ประกอบผลผลิตดีทั้งในต้นและปลายฤดูฝนได้ 15 สายพันธุ์ เพื่อนำเข้าเปรียบเทียบมาตรฐานพันธุ์ต่อไป
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2017 วารสารวิชาการเกษตร (Thai Agricultural Research Journal)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร