ผลของลักษณะทางกายภาพที่มีต่อการเสื่อมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองพันธุ์/สายพันธ์ต่าง ๆ
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2007.13คำสำคัญ:
ลักษณะทางกายภาพ, เมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง, การเสื่อมอายุเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองบทคัดย่อ
การวิจัยเพื่อศึกษาคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง ที่มีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกันจำนวน 4 พันธุ์ซึ่งปลูกในฤดูแล้ง ระหว่างเดือนธันวาคมปีพ.ศ. 2543-ตุลาคม ปี พ.ศ. 2545 ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ ประกอบด้วย 2 การทดลอง โดยการทดลองที่ 1 วางแผนการทดลองแบบ RCB จำนวน 5 ซ้ำ 4 กรรมวิธีคือ พันธุ์ถั่วเหลือง 4 พันธุ์ได้แก่ เชียงใหม่ 2 สุโขทัย 3 CM 9123-4 และ CM 9124-1 โดยมีการบันทึกความชื้น เปอร์เซ็นต์ความงอก ความแข็งแรง และวัดลักษณะทางกายภาพเมล็ด คือ น้ำหนักเมล็ด ค่าบ่งบอกรูปร่างเมล็ด (eccentricity) สัดส่วนการเยื่อหุ้มเมล้ดและแกนคัพภะ ความแน่นเมล็ด และการทดลองที่ 2 วางแผนการทดลองแบบ Split plot in CRD จำนวน 4 ซ้ำ โดยมีพันธุ์ถั่วเหลืองเป็นปัจจัยหลักและช่วงเวลาเก็บรักษาที่ 0 3 และ 6 เดือนเป็นปัจจัยรอง มีการบันทึการประเมินอายุการเก็บรักษาทั้งในสภาพห้องปกติและห้องควบคุมอุณหภูมิ ผลการทดลองพบว่าการเสื่อมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองระหว่างระยะสุกแก่ทางสรีรวิทยาจนถึงระยะเก็บเกี่ยวจะแตกต่างกันไปตามพันธุ์ โดยพันธุ์ CM 9123-4 มีการเสื่อมคุณภาพมากที่สุด รองลงมาคือ พันธุ์เชียงใหม่ 2 และสุโขทัย 3 ส่วนสายพันธุ์ CM 9124-1 เป็นพันธุ์ที่มีความงอกและความแข็งแรงสูง โดยมีลักษณะทางกายภาพที่เด่นชัดคือ มีน้ำหนักเมล็ดน้อย มีขนาดเล็กมีค่า บ่งบอกรูปร่างเมล็ดสูง มีสัดส่วนเปอร์เซ็นต์เยื่อหุ้มเมล็ด และแกนคัพภะสูง แต่มีความหนาแน่นต่ำ ส่วนในพันธุ์เชียงใหม่ 2 และ CM 9123-4 มีลักษณะที่ตรงกันข้าม สำหรับคุณภาพการเก็บรักษา ลดลงไปตามอายุการเก็บรักษา และขึ้นกับคุณภาพเริ่มต้นก่อนการเก็บรักษา และสภาพห้องเก็บรักษา ลักษณะกายภาพบางลักษณะที่สามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัด ในการบ่งบอกคุณภาพเมล็ดถั่วเหลืองได้ คือ น้ำหนักเมล็ดและสัดส่วนปริมาณแกนคัพ
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2017 วารสารวิชาการเกษตร (Thai Agricultural Research Journal)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร