ถั่วพุ่มเมล็ดดำพันธุ์อุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • สมใจ โควสุรัตน์ ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
  • ประหยัด พลโลก สถานีทดลองพืชไร่เลย อำเภอเมือง จังหวัดเลย 42160
  • ศรีภูมิ กองอินทร์ ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50290
  • สรศักดิ์ มณีขาว ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000
  • ธำรง เชื้อกิตติศักดิ์ ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 34000

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2006.5

คำสำคัญ:

ถั่วพุ่มเมล็ดดำ, พันธุ์อุบลราชธานี, โรคใบไหม้, ปุ๋ยพืชสด

บทคัดย่อ

การปรับปรุงพันธุ์ถั่วพุ่มเมล็ดดำ ให้ได้พันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงมากกว่าพันธุ์เดิมที่เกษตรกรใช้ เพื่อแนะนำพันธุ์ใหม่แก่เกษตรกรดำเนินการตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2540-2545 ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ถั่วพุ่มเมล็ดดำ 26 สายพันธุ์แล้วคัดเลือกพันธุ์ดี 12 สายพันธุ์ สำหรับการปลูกประเมินผลผลิตตามขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์ทั้งการปลูกในสภาพไร่ โดยมีถั่วพุ่มเมล็ดดำจาก จ.เลย เป็นพันธุ์เปรียบเทียบ และการปลูกสภาพนา ใช้ถั่วพุ่มเมล็ดลายจาก จ.อุบลราชธานี เป็นพันธุ์เปรียบเทียบ พบว่า ให้สภาพไร่ถั่วพุ่มเมล็ดดำสายพันธุ์ CP 4-2-3-1 ให้ผลผลิต 175 กก./ไร่ สูงกว่าพันธุ์เปรียบเทียบ 37% ในสภาพนาหลังการเก็บเกี่ยวข้าวให้ผลผลิต 183 กก./ไร่ สูงกว่าพันธ์เปรียบเทียบ 9% นอกจากนั้นสายพันธุ์ CP 4-2-3-1 ยังต้านทานต่อโรคใบไหม้ดีกว่าพันธุ์เมล็ดดำจาก จ.เลย สายพันธุ์ CP 4-2-3-1 ยังเป็นพันธุ์ที่ให้มวลชีวภาพสูง โดยต้นฤดูฝนให้มวลชีวภาพที่ระยะเริ่มมีฝักสุกแก่ 1,274 กก./ไร่ สูงกว่าพันธุ์เมล็ดดำ จาก จ.เลย 19.8% และมีปริมาณธาตุอาหารสูง โดยมีปริมาณของไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม 31.2 4.2 และ 24.0 กก./ไร่ ตามลำดับ เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตเมล็ดแห้งของถั่วพุ่ม ก่อนการไถกลบเศษซากต้นเพื่อเป็นปุ๋ยบำรุงดินได้ จากข้อมูลของถั่วพุ่มเมล็ดดำสายพันธุ์ CP 4-2-3-1 จึงได้รับการรับรองเป็นพันธุ์พืชแนะนำของกรมวิชาการเกษตร และให้ชื่อว่า ถั่วพุ่มเมล็ดดำพันธุ์อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2546

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2006-03-09

รูปแบบการอ้างอิง

โควสุรัตน์ ส., พลโลก ป., กองอินทร์ ศ., มณีขาว ส., & เชื้อกิตติศักดิ์ ธ. (2006). ถั่วพุ่มเมล็ดดำพันธุ์อุบลราชธานี. วารสารวิชาการเกษตร, 24(1), 52. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2006.5

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย