การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อสมรรถนะของไถดินดานชนิดสั่นที่ขา 1 ขา
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2017.14คำสำคัญ:
ดินดาน, ไถระเบิดดินดานชนิดสั่นที่ ขา 1 ขา, ระบบถ่ายทอดกำลังอุทกสถิตบทคัดย่อ
ไถระเบิดดินดานชนิดสั่นที่ขา 1 ขา แบบใช้ระบบถ่ายทอดกำลังอุทกสถิต สร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อลดการสั่นสะเทือนที่ส่งผลต่อคนขับชุดถ่ายทอดกำลัง และความคงทนของอุปกรณ์ในรถแทรกเตอร์ โดยชุดไถประกอบด้วยขาไถจำนวน1 ขา ยึดติดกับชุดลูกตุ้มไม่สมดุลที่ติดกับเพลาเพลาจะถูกขับโดยมอเตอร์ไฮดรอลิก ซึ่งได้รับแรง
ดันน้ำมันจากปั๊มไฮดรอลิก ปั๊มได้รับกำลังขับเคลื่อนจากเพลาอำนวยกำลังของรถแทรกเตอร์ขนาด 50 แรงม้า ทำการทดสอบปัจจัยที่มีผลต่อสมรรถนะของไถระเบิดดินดานชนิดสั่นที่ขา 1 ขาในพื้นที่ดินร่วนเหนียวปนทรายความชื้นดินเฉลี่ย20.60 % db ความหนาแน่นดินสภาวะแห้งเฉลี่ย1.66 ก./ลบ.ซม. และค่าความต้านทานการแทงทะลุของดินเฉลี่ย 2.58 เมกกะปาสคาล ที่ความเร็วในการเคลื่อนที่ 2 ระดับ คือ 1.39 และ2.09 กม./ชม. ความถี่ในการสั่น 4 ระดับที่ 0 7 9 และ 11 เฮิรตซ์ และความลึกในการไถ 2 ระดับคือ 30 และ 40 ซม. โดยมีความกว้างในการสั่นที่ปลายขาไถคงที่ 36.5 มม. การทดสอบเปรียบเทียบกับการไถระเบิดดินดานแบบไม่สั่น พบว่าการสั่น
สามารถลดแรงฉุดลากได้มากที่สุด 32.69% ที่ความถี่ในการสั่น 11 เฮิรตซ์ ความลึกในการไถ 30 ซม.
และความเร็วในการเคลอื่ นที่ 2.09 กม./ชม.แต่กำลังรวมจะเพิ่มมากขึ้น 120.55% พื้นที่การแตกตัวของดินลดลง 19.77% ค่าความหนาแน่นดินสภาวะแห้งลดลง 21.99% โดยสรุป พบว่าความเร็วในการเคลื่อนที่ ความถี่ในการสั่น ความลึกในการไถส่งผลกระทบต่อแรงฉุดลาก กำลังรวมและพื้นที่การแตกตัวของดิน นอกจากนี้ที่ความถี่
ในการสั่นความลึกในการไถ และความเร็วในการเคลื่อนที่เดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับไถระเบิด
ดินดานชนิดสั่นที่ขา 1 ขา แบบที่ใช้งานทั่วไปสามารถลดการสั่นสะเทือนต่อคนขับลงได้ 32.14% - 34.22% ปัจจัยทดสอบที่เหมาะสมในการไถระเบิดดินดานจากแบบสอบถาม ระดับความพึงพอใจ ของผลการทดสอบโดยใช้วิธีค่าเฉลี่ยเลขคณิตแบบถ่วงน้ำหนัก พบว่า ปัจจัยทดสอบที่เหมาะสมใน
การไถระเบิดดินดานคือ ความเร็วรถแทรกเตอร์Low 2 ความลึกในการไถ 30 ซม. และความถี่ใน การสั่น 9 เฮิรตซ์ ให้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตแบบถ่วงน้ำหนักมากที่สุด 3.372
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร