การวิเคราะห์วอเตอร์ฟุตพริ้นท์ของมันสำปะหลังที่มีการจัดการน้ำแตกต่างกัน
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2018.3คำสำคัญ:
วอเตอร์ฟุตพริ้นท์, มันสำปะหลัง, การจัดการน้ำบทคัดย่อ
วอเตอร์ฟุตพริ้นท์ (Water footprint) เป็นเครื่องชี้วัดการใช้น้ำทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยคำนวณปริมาณน้ำจากทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่ของการผลิตสินค้า จึงนำมาใช้ในการวางแผนจัดการน้ำ และลดขนาดวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ของมันสำปะหลังในสภาพเงื่อนไขที่มีการจัดการน้ำแตกต่างกัน ตามระดับพื้นที่ที่ให้น้ำ 3 ระดับ คือ ให้น้ำได้ไม่จำกัด (จ.นครราชสีมา) ให้น้ำได้จำกัด (จ.กำแพงเพชร) และอาศัยน้ำฝน (จ.ระยอง) คำนวณวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ของมันสำปะหลัง หัวสด 1 ตัน จาก 2 รอบการผลิต ระหว่างปี พ.ศ.2558-2561 พบว่า ค่าเฉลี่ยของวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ ระหว่าง 147-366 ลบ.ม. โดย 48-87% เป็นกรีนวอเตอร์หรือมีขนาด ระหว่าง 92-339 ลบ.ม. 0-9% เป็นบลูวอเตอร์ มีขนาด 0-21 ลบ.ม. และ 13-48% เป็นเกรย์วอเตอร์ มีขนาด 29-97 ลบ.ม. โดยแยกพื้นที่ที่ให้น้ำได้ไม่จำกัด วอเตอร์ฟุตพริ้นท์เฉลี่ย 211 ลบ.ม. ส่วนพื้นที่ให้น้ำจำกัด และพื้นที่อาศัยน้ำฝน มีขนาดเฉลี่ย 224 และ 301 ลบ.ม.ตามลำดับ ผลผลิตที่สูงให้ขนาดของวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ต่ำ การให้น้ำถูกเวลาตามความต้องการช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น พันธุ์และช่วงเวลาปลูกมีผลให้ขนาดวอเตอร์ฟุตพริ้นท์แตกต่างกัน ถึงแม้จะปลูกในพื้นที่เดียวกัน การปลูกในช่วงปลายฤดูฝนมีปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอต่อความต้องการของมันสำปะหลัง ต้องให้น้ำในพื้นที่ในปริมาณที่เหมาะสมร่วมกับการเลือกช่วงเวลาปลูก ควรหลีกเลี่ยงการปลูกในช่วงเดือน มิ.ย. เพราะน้ำฝนไม่เพียงพอกับความต้องการของพืชในช่วงที่พืชกำลังสะสมน้ำหนัก สำหรับพื้นที่อาศัยน้ำฝนการปลูกในเดือนพ.ย. ทำให้เกิดการขาดน้ำในช่วงอายุ 3-5 เดือน มากกว่าการปลูกในช่วงเดือน ม.ค. ถ้าหากเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมจะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร