การจัดการเพลี้ยแป้งในมังคุด

ผู้แต่ง

  • เกรียงไกร จำเริญมา สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร จตุจักร 10900
  • ศรุต สุทธิอารมณ์ สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร
  • รุจ มากต สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2006.22

คำสำคัญ:

มังคุด , เพลี้ยแป้ง, การจัดการศัตรูพืช

บทคัดย่อ

ศึกษาการจัดการเพลี้ยแป้งในมังคุดระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2546-มิถุนายน พ.ศ. 2548 ที่สวนเกษตรกรใน จ. จันทบุรี ระยองและห้องปฏิบัติการกลุ่มกีฏและสัตววิทยา สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช โดยแยกศึกษาเป็นสองขั้นตอน ขั้นตอนแรกเป็นการแก้ปัญหาเพลี้ยแป้งในสภาพสวน ได้แก่ วงจรชีวิต ช่วงฤดูการระบาด ศัตรูธรรมชาติ และการป้องกันกำจัด พบว่า เพลี้ยแปล้งชนิดที่ระบาดรุนแรงในมังคุด คือ Pseudococcus cryptus Hempel การเลี้ยงบนผลฟักทอง พบระยะตัวอ่อนเพศเมียมี 3 วัน ลอกคราบ 3 ครั้ง ตัวเต็มวัยวางไข่เฉลี่ย 37.70+72.59 ฟอง/ตัว ส่วนเพศผู้ลอกคราบ 4 ครั้ง และเข้าดักแด้ก่อนฟักเป็นตัวเต็มวัย มีปีก 1 คู่ พบเพลี้ยแป้งเริ่มระบาดเมื่อผลมังคุดอายุ 2 เดือนขึ้นไป และระบาดรุนแรงในระยะใกล้เก็บเกี่ยว โดยเพลี้ยแป้งฝังตัวอยู่ใต้กลีบเลี้ยงซึ่งยากต่อการป้องกันกำจัด ในการสำรวจพบเพลี้ยแป้งถูกแตนเบียนวงศ์ Eulophidae ทำลายสูงสุด 14.29% ช่วงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นปลายฤดูผลผลิตมังคุด ส่วนแมลงห้ำ คือ แมลงช้างปีใส (Mallada basalis Walker) มีประสิทธิภาพกินเพลี้ยแป้งตัวเต็มวัย 0.52-1.62 ตัว/วัน และตัวอ่อนวัยแรก 6.08-9.16 ตัว/วัน และด้วงเต่าลาย (Nephus ryuguus (H. Kasmiya)) กินเพลี้ยแป้งเฉลี่ย 3.80 ตัว/วัน ขั้นตอนที่สองเป็นการป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งทำลายมังคุดในสภาพสวน พบสารที่ให้ผลดีคือ carbosulfan (Posse 20% EC), imidacioprid (Confidor 100SL 10%^ SL), dinotefuran (Stargle 10% WP) และ carbaryl (Sevin 85% WP) อัตรา50, 10 มล. 20 และ 60 ก./น้ำ 20 ล. ตามลำดับในระยะหลังการเก็บเกี่ยวกรณีที่มีเพลี้ยแป้งปนเปื้อนบนผลมังคุด การเป่าลมแรงดัน 20 ปอนด์/ตร. นิ้ว มีประสิทธิภาพกำจัดเพลี้ยแป้งได้ 98.69-99.10%

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2006-10-20

รูปแบบการอ้างอิง

จำเริญมา เ., สุทธิอารมณ์ ศ., & มากต ร. (2006). การจัดการเพลี้ยแป้งในมังคุด. วารสารวิชาการเกษตร, 24(3), 232–333. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2006.22

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย