การแพร่ระบาดและการป้องกันกำจัดโรคใบไหม้และโรคใบจุดปทุมมา (Curcuma alismatifolia Gagnep)
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2005.20คำสำคัญ:
ปทุมมา, ใบจุด, ใบไหม้บทคัดย่อ
ศึกษาการแพร่ระบาดและการป้องกันกำจัดโรคใบไม้ไหม้ และโรคจุดของต้นปทุมมา (Curcuma alismatifolia Gagnep) ที่ปลูกในถุงพลาสติกพับข้างสีดำขนาด 15 x 30 ซม. ซึ่งบรรจุวัสดุปลูกผสมของดิน ทราย และขี้เถ้าแกลบ ในสัดส่วน 2 : 1 : 1 หนักถุงละ 3 กก. ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงรายในปี พ.ศ. 2545-2546 วางแผนการทดสอบแบบ RCB มี 4 ซ้ำ 5 กรรมวิธี เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของสารเคมี 4 ชนิด คือ flusilazole 40% W/V (นูสตาร์) diphenoconazole 250 EC (สกอร์) mancozeb 80% WP (ไดเทน-เอ็ม 45) และ carbendazim 50% W/V (ฟามาซีน-เอฟ) เปรียบเทียบกับการไม่ใช่สารเคมี ถุงปลูกปทุมมามีการจัดวางในลักษณะคล้ายแปลงปลูกย่อยขนาด 1.10 x 2.40 ม. จำนวน 20 แปลง แปลงละ 60 ถุง จากผลการศึกษาการแพร่ระบาดของโรคพบว่า ต้นปทุมมามีอาการใบไหม้และใบจุด พบว่า ต้นปทุมมามีอาการใบไหม้และใบจุด โดยสัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝนและระยะการเจริญเติบโตของพืชที่เกิดจากเชื้อรา 2 ชนิด คือ เชื้อรา Phoma sp. ทำให้เกิดอาการใบไหม้ และเชื้อรา Acremonium sp. ทำให้เกิดอาการใบจุดและจากผลการตรวจสอบนับการเป็นโรคทุกวัน ภายหลังจากการพ่นสารเคมทั้ง 4 ชนิด เพื่อป้องกันกำจัดโรคใบไหม้และใบจุด โดยใช้อัตราความเข้มข้นตาม คำแนะนำบนฉลากสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เปรียบเทียบกับการไม่พ่นสารเคมีเป็นทั้งโรคใบจุดที่เกิดจากเชื้อรา Acremonium sp. ถึง 98% สารเคมีที่มีประสิทธิภาพ ในการป้องกันโรคใบไหม้ดีที่สุดคือ diphenoconazole 250 EC รองลงมาคือ flusilazole 40% W/V, carbendazim 50% W/V และ mancozeb 80% WP โดยป้องกันโรคได้ 90 75 50 และ 39% ตามลำดับ ส่วนสารเคมีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคใบจุดที่เกิดจากเชื้อรา Acremonium sp. ที่ดีที่สุด คือ รองลงมาคือ flusilazole 40% W/V ซึ่งป้องกันโรคได้ถึง 85% แต่ mancozeb 80% WP และ carbendazim 50% W/V มีประสิทธิภาพต่ำในการป้องกันโรค คือ ป้องกันได้เพียง 16 และ 4% ตามลำดับ
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร