การรอดชีวิตของเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวแดงบางชนิดในสภาพน้ำขัง

ผู้แต่ง

  • อัญชลี ประเสริฐศักดิ์ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 กรมวิชาการเกษตร อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท 17150
  • อ่วม คงชู สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 กรมวิชาการเกษตร อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท 17150

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2004.15

คำสำคัญ:

ข้าวพันธุ์รับรอง, ข้าวแดง, เมล็ดพันธุ์, การรอดชีวิต, การงอก, การพักตัว, การตาย, สภาพน้ำขัง

บทคัดย่อ

การศึกษาการรอดชีวิตของเมล็ดพันธุ์ข้าวในสภาพน้ำขัง เพื่อให้ได้แนวทางในการกำจัดข้าวเรื้ออย่างมีประสิทธิภาพ โดยดำเนินงานที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ในปี พ.ศ. 2544- 46 แบ่งออกเป็น 2 การทดลอง คือ การทดลองที่ 1 นำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ยังมีการพักตัวให้อยู่ในสภาพน้ำขังระยะเวลาต่างๆกันและการทดลองที่ 2 นำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่พ้นระยะพักตัว และงอกได้อายุ 0-3 และ 10 วัน ให้อยู่ในสภาพน้ำขังระยะเวลาต่างๆกัน โดยเมล็ดข้าวอยู่บนดินและลึก 5 ซม. จากผิวดิน ที่ระน้ำลึก 5-10 ซม. ใช้เมล็ดข้าวแดง 6 ชนิดและข้าวพันธุ์รับรอง 8 พันธุ์ เก็บตัวอย่างข้าวทุก 7 วัน จนถึง 49 วันสำหรับงานทดลองในกระถาง(ข้าวแดง) และ 63 วันสำหรับงานทดลองในแปลงนา (ข้าวพันธุ์รับรอง) จากนั้นนำมาเพาะศึกษาความงอก การรอดชีวิต และการพักตัวโดยการติดสีของสารละลายเตตระโซเลียมตลอดจนบันทึกการตายของข้าว พบว่าข้าวแดงที่ยังมีการพักตัว สามารถรอดชีวิตในสภาพน้ำขังได้นานกว่าข้าวพันธุ์รับรองทั่วไป แม้จะอยู่ในสภาพน้ำขัง 49 วัน เมล็ดข้าวตายเพียง 50 % โดยยังมีการพักตัว 20 % ส่วนอีก 30 % สามารถพัฒนาเป็นต้นสมบูรณ์ได้หากอยู่สภาพที่เหมาะสมส่วนเมล็ดข้าวพันธุ์รับรองที่ยังมีการพักตัวมีเปอร์เซ็นต์การงอกและการพักตัวลดลงตามระยะเวลาของการขังของน้ำ แต่เปอร์เซ็นต์การตายเพิ่มเมื่อขังน้ำนานขึ้น เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ยังมีการพักตัว (หลังจากเก็บเกี่ยว 7 วัน) และอยู่ในสภาพบนดินตาย 51 และ 57 % ในสภาพน้ำขัง 7 และ 14 วันตามลำดับ แต่เมื่ออยู่ลึก 5 ซม.ใต้ผิวดินตาย 44 และ 48 % ในสภาพน้ำขัง 7 และ 14 วันตามลำดับ ส่วนที่ยังรอดชีวิตอยู่ พบว่าเมื่อเอามาเพาะในสภาพปกติ สามารถงอกได้ 30-40 % และที่เหลือยังมีการพักตัว 10-20 % นั่นคือข้าวหลังจากเก็บเกี่ยว (7 วัน) แล้วขังน้ำ 7-14 วัน โอกาสที่ทำให้ข้าวตาย 50 % และแม้จะขังน้ำนานถึง 56-63 วัน ก็ยังไม่สามารถทำลายความมีชีวิตได้ทั้งหมด (ตายเพียง 70-80 %) เมื่อเอาเมล็ดมาเพาะในสภาพปกติงอกได้ 10-20 % และที่เหลือยังมีการพักตัว 10 % และยังพบว่าเปอร์เซ็นต์การพักตัวของเมล็ดข้าวไม่ว่าเมล็ดอยู่ผิวดินหรือใต้ผิวดิน 5 ซม. ที่สภาพน้ำขังมีค่าใกล้เคียงกัน แต่เมล็ดที่อยู่ลึก 5 ซม. มีเปอร์เซ็นต์การพักตัวมากกว่าเมล็ดที่อยู่ผิวดินสำหรับเมล็ดข้าวที่พ้นพักตัวแล้วฝังลึก 5 ซม. ใต้ผิวดินตายในสภาพน้ำขังได้มาก และเร็วกว่าข้าวที่ยังมีการพักตัว เมล็ดข้าวที่พ้นพักตัวแล้วแต่ยังไม่งอก (0 วัน) และอายุ 3 วัน ฝังลงดินลึก 5 ซม. ขังน้ำ 7 วัน ตาย 56 และ 86 % และเมื่อขังน้ำ 14 วัน การตายเพิ่มเป็น 93 และ 100 % ส่วนเมล็ดข้าวที่ปล่อยให้งอก 10 วัน แล้วฝังลงดิน จากนั้นขังน้ำ 7 และ 14 วัน ทำให้ข้าวตายเฉลี่ย 99-100 % สำหรับเมล็ดข้าวที่พ้นระยะพักตัวอยู่ผิวดิน เปอร์เซ็นต์การตายมีความแปรปรวน เนื่องจากบางส่วนสามารถรอดชีวิตได้

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2004-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

ประเสริฐศักดิ์ อ., & คงชู อ. (2004). การรอดชีวิตของเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวแดงบางชนิดในสภาพน้ำขัง. วารสารวิชาการเกษตร, 22(3), 188–204. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2004.15

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย