ศึกษาเปรียบเทียบความต้องการปุ๋ยของอ้อย 3 พันธุ์ที่ปลูกในดินร่วนปนทรายจังหวัดสระแก้ว

ผู้แต่ง

  • สมภพ จงรวยทรัพย์ กลุ่มงานวิจัยปฐพีกายภาพ กองปฐพีวิทยา
  • ดำริ ภาวรมาศ กลุ่มงานวิจัยความอุดมสมบูรณ์ของดินและปุ๋ยพืขไร่ กองปฐพีวิทยา

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2002.12

คำสำคัญ:

ความต้องการปุ๋ยของอ้อย, ดินร่วนปนทราย, พันธุ์อ้อย

บทคัดย่อ

ปัจจุบันจังหวัดสระแก้วมีการขยายพื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น แต่การใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับพันธุ์และชนิดของดินยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจน การทดลองครั้งนี้จึงได้ศึกษาเปรียบเทียบความต้องการของอ้อย 3 พันธุ์ที่ปลูกในดินร่วนปนทรายจังหวัดสระแก้ว ชุดดินโคราช (วงศ์ดิน : fine-loamy, silizeous isohyperthermic, Oxic Paleustults) ในไร่กสิกิจ ปี 2542-2543 วางแผนการทดลองแบบ Split plot มี 3 ซ้ำ ประกอบด้วยปัจจัยหลัก คือ พันธุ์อ้อย 3 พันธุ์ พันธุ์อู่ทอง 3, K 88-93 และ K 88-58 ปัจจัยรองประกอบด้วยปุ๋ยเคมี 4 อัตรา คือ 0-0-0, 12-6-12, 18-12-18 และ 24-12-24 กก./ไร่ ของ N-P2O5 -K2O
ผลการทดลองปรากฎว่าไม่มีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ระหว่างการใช้ปุ๋ยเคมี กับอ้อยพันธุ์ต่าง ๆ ในทุกลักษณะได้แก่ ความสูง เส้นผ่าศูนย์กลาง ผลผลิต และคุณภาพความหวาน และเมื่อพิจารณาแต่ละปัจจัยพบว่า อ้อยพันธุ์ต่าง ๆ ให้ผลผลิต และคุณภาพความหวาน (% CCS, BRIX และ % POL) แตกต่างกันอย่างเด่นชัดกล่าว คือ อ้อยพันธุ์อู่ทอง 3 ให้ผลผลิตสูงสุด อ้อยพันธุ์ K 88-93 ให้ผลผลิตรองลงมา และอ้อยพันธุ์ K 88-58 ให้ผลผลิตต่ำสุด สำหรับคุณภาพความหวานอ้อย พันธุ์ K 88-53 และอู่ทอง 3 ให้ค่า % CCS, BRIX และ % POL ไม่แตกต่างกันแต่จะให้ค่าทั้งสามนี้สูงกว่าอ้อยพันธุ์ K 88-93
พบว่าการใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มผลผลิตอ้อย อย่างเด่นชัดโดยที่สอัตราปุ๋ย 12-6-12, 18-12-18 และ 24-12-24 กก./ไร่ ของ N-P2O5 -K2O ให้ผลผลิตไม่แตกต่างกัน แต่ทั้ง 3 อัตรานี้ อ้อยให้ผลผลิตสูงกว่าอ้อยที่ไม่ได้รับปุ๋ยเคมีอย่างชัดเจน และพบว่า คุรภาพความหวานของอ้อย มีแนวโน้มลดลงเมื่อเพิ่มอัตราปุ๋ยเคมีโดยเฉพาะปุ๋ยอัตรา 24-12-24 กก./ไร่ ของ N-P2O5 -K2O อ้อยให้ค่า % CCS, BRIX, POL และ PURITY ต่ำสุด

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2002-08-02

รูปแบบการอ้างอิง

จงรวยทรัพย์ ส., & ภาวรมาศ ด. (2002). ศึกษาเปรียบเทียบความต้องการปุ๋ยของอ้อย 3 พันธุ์ที่ปลูกในดินร่วนปนทรายจังหวัดสระแก้ว. วารสารวิชาการเกษตร, 20(2), 144–154. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2002.12

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย