การสกัดและเพาะเลี้ยงโปรโตพลาสต์ของข้าวหอม (Oryza sativa L.) พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105

ผู้แต่ง

  • ประภา ศรีพิจิตต์ ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ

คำสำคัญ:

ข้าว, การสกัดโปรโตพลาสต์, การเพาะเลี้ยงโปรโตพลาสต์

บทคัดย่อ

ในการสกัดโปรโตพาสต์จากแหล่งของเซลล์ 3 แหล่ง ได้แก่ใบจากต้นกล้าข้าว แคลลัสจากการเพาะเลี้ยงคัพภะ และเซลล์แขวนลอย โดยการแช่ในสารละลายเอนไซม์ที่ประกอบด้วยเอนไซม์ชนิดและความเข้มข้นต่าง ๆ เป็นเวลานาน 1, 3 และ 5 ชั่วโมง ตามลำดับ พบว่าใบจากต้นกล้าที่มีอายุ 5 วัน เป็นแหล่งของเซลล์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสกัดโปรโตพลาสต์โดยให้ผลผลิตโปรโตพลาสต์สูงสุด 9.14 X 10 โปรโตรพลาสต์/น้ำหนักสดของก้านใบ 1 กรัม ชนิดและความเข้มข้นของเอนไซม์ที่เหมาะสมสำหรับการย่อยผนังเซลล์เพื่อปลดปล่อยโปรโตพลาสต์ออกมาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแหล่งของเซลล์ที่ใช้ในการสกัดโปรโตพลาสต์ โดยสารละลายเอนไซม์ที่ประกอบด้วย cellulase Onozuka RS 2% , macerozyme 1% และ pectolyase 0.1% เหมาะสมสำหรับการสกัดโปรโตพลาสต์จากใบ ในขณะที่แคลลัสและเซลล์แขวนลอยจะปลดปล่อยโปรโตพลาสต์ออกมาในความหนาแน่นที่สูง เมื่อแช่ในสารละลายเอนไซม์ที่ประกอบด้วย cellulase Onozuka RS 4%, macerozyme R 10 1% และ pectolyase 0.2% เวลาในการแช่ใบ แคลลัส และเซลล์แขวนลอยเพื่อให้ปลดปล่อยโปโตพลาสต์ออกมาในความหนาแน่นเฉลี่ยสูงสุดคือ 3 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามโปรโตพลาสต์ที่สกัดได้จากเซลล์แขวนลอยมีความมีชีวิต (80-90%) สูงกว่าโปรโคพลาสที่สกัดได้จากใบและแคลลัส (50-60%) โปรโตพลาสต์ที่สกัดได้ไม่สามารถแบ่งเซลล์เพื่อสร้างโคโลนีหรือแคลลัสเมื่อเพาะเลี้ยงบนอาหารสูตร N6 หรือ K8P

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2000-12-04

รูปแบบการอ้างอิง

ศรีพิจิตต์ ป. (2000). การสกัดและเพาะเลี้ยงโปรโตพลาสต์ของข้าวหอม (Oryza sativa L.) พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105. วารสารวิชาการเกษตร, 18(3), 266–279. สืบค้น จาก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/thaiagriculturalresearch/article/view/227894

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย