การใช้สารจิบเบอเรลลิน (GA3) และปุ๋ยยูเรียในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสม

ผู้แต่ง

  • อรพิน วัฒเนสก์ สถานีทดลองข้าวชัยนาท

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1998.16

คำสำคัญ:

ข้าวลูกผสม, จิบเบอเรลลิน, ยูเรีย

บทคัดย่อ

ศึกษาผลการใช้สารจิบเบอเรลลิน (GA3) และปุ๋ยยูเรียในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสม (F1) ให้มีปริมาณการติดเมล็ดสูงและมีต้นทุนการผลิตต่ำ ที่สถานีทดลองข้าวชัยนาทในฤดูนาปี พ.ศ. 2537-2538 โดยใช้สายพันธุ์ SPRLR75055-325-2-1 เป็นสายพันธุ์แก้ความเป็นหมัน (สายพันธุ์ R) และสายพันธุ์ SPRLR75055-325-2-1 เป็นสายพันธุ์แก้ความเป็นหมัน (สายพันธุ์ R) และสายพันธุ์ CNTA-10 (หรือ RD21A-10) เป็นสายพันธุ์เรณูเป็นหมัน (สายพันธุ์ (A) ตกกล้าพันธุ์ R3 รุ่น R 3 รุ่น ห่างกันรุ่นละ 6 วัน ส่วนสายพันธุ์ A ตกกล้าพร้อมกับสายพันธุ์ R รุ่นที่ 2 ปักดำสายพันธุ์ A และสายพันธุ์ R m 3 รุ่น พร้อมกันเมื่อสายพันธุ์ A และสายพันธุ์ R รุ่นที่ 2 มีอายุประมาณ 25 วัน ในอัตราส่วน สายพันธุ์ R: สายพันธุ์ A = 3:6 แถว ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่พบว่าให้เปอร์เซ็นต์การติดเมล็ด F1 สูงสุด (สุชาติ และคณะ, 2535) ปักดำกอละ 1 ต้น ระยะปักดำระหว่างต้นและแถว 20x20 ซม. วางแผนการทดลองแบบ RCB มี 4 ซ้ำ แต่ละซ้ำมี 6 กรรมวิธี คือ 1) control 2) GA3 20 ppm 3) GA3 40 ppm 4) GA3 60 ppm 5) GA3 60 ppm และอีก 60 ppm หลังจากพ่นครั้งแรก 2 วัน และ 6) urea 1.5 % แต่ละกรรมวิธีปักดำสายพันธุ์ A แถวละ 23 ต้น (4.6 ม.) 6 แถว และสายพันธุ์ R 3 ล้อมรอบ เมื่อข้าวเริ่มออกรวงตัดใบธงของข้าวออก 2 ใน 3 ส่วนของความยาวใบธง พ่น GA3 และ urea เมื่อข้าวเริ่มออกรวง 15-20% ช่วงดอกบานใช้เชือกลากและไม้เขย่าต้นพ่อ (สายพันธุ์ R) เพื่อช่วยในการผสมข้ามนานประมาณ 1 สัปดาห์
ผลการทดลองสรุปได้ว่า การพ่น GA3 ทำให้ความสูงของสายพันธุ์ A และสายพันธุ์ R เพิ่มขึ้น ยิ่งเพิ่มอัตราความเข้มข้นจะยิ่งเพิ่มความสูง ส่วนการพ่น urea 1.5% ไม่ทำให้ต้นข้าวสูงขึ้น การพ่นสารทั้งสองชนิดไม่ทำให้คอรวงยืดขึ้น แต่มีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้ยังไม่มีผลต่อจำนวนรวงต่อกอ เปอร์เซ็นต์การติดเมล็ดของสายพันธุ์ A น้ำหนัก 100 เมล็ด รวมทั้งผลผลิต เปอร์เซ็นต์การติดเมล็ดที่เกิดจากการผสมข้ามในแปลง control ปี พ.ศ. 2538 ได้ 15.25% มากกว่าในปี พ.ศ. 2537 ซึ่งได้ 12% โดยไม่แตกต่างทางสถิติกับกรรมวิธีที่ 5 (GA3 60+30 ppm) ซึ่งติดเมล็ดสูงสุด (12.33%) และการพ่น urea 1.5% ในปี พ.ศ. 2538 ติดเมล็ดถึง 17.55% โดยทั้ง 6 กรรมวิธีให้ผลไม่แตกต่างทางสถิติที่ P = 0.05 กล่าวได้ว่า การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมในการศึกษานี้ ไม่จำเป็นต้องพ่น GA3 ซึ่งมีราคาแพง หรือ urea เพียงแต่ตัดใบธงข้าวและช่วยให้มีการผสมข้ามขณะดอกบานประมาณ 1 สัปดาห์ ก็เพียงพอแล้ว

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

1998-12-08

รูปแบบการอ้างอิง

วัฒเนสก์ อ. (1998). การใช้สารจิบเบอเรลลิน (GA3) และปุ๋ยยูเรียในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสม. วารสารวิชาการเกษตร, 16(3), 172–177. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1998.16

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย