ชนิดและปริมาณไรในสวนทุเรียนที่ใช้หลักการบริหารศัตรูพืชและสวนทุเรียนของเกษตกร
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1997.4บทคัดย่อ
จำนวน 20 ต้น ในแต่ละแปลง แต่ละต้นสุ่มเก็บใบทุเรียน จำนวน 20 ใบที่ระดับความสูง 1.2-1.5 ม. โดยรอบทรงพุ่ม เพื่อนำกลับมาตรวจหาตัวอย่างไรในห้องปฏิบัติการ ส่วนชนิดและปริมาณไรบนวัชพืช ทำการศึกษาโดยใช้เครื่อง D-Vac ดูดเก็บตัวอย่างไรบนวัชพืชที่ขึ้นอยู่บนพื้นที่ขนาด 1 ตารางเมตร จำนวน 10 จุดในแต่ละแปลง นำตัวอย่างไรที่เก็บได้มาตรวจจำแนกชนิดและนับปริมาณ
ผลการศึกษาพบไรศัตรูทุเรียน รวม 3 ชนิด ทั้งในแปลงที่ใช้หลักการบริหารศัตรูพืช และในแปลงของเกษตรกร ไรศัตรูที่สำคัญของทุเรียน คือไรแดงแอฟริกัน Eutetranychus africanus (Tucker) ปริมาณไรศัตรูทุเรียนที่พบในสวนของเกษตรกรมีแนวโน้มสูงกว่าในสวนที่ใช้หลักการบริหารศัตรูพืชเล็กน้อย ส่วนไรตัวห้ำนั้นพบจำนวนอย่างน้อย 5 ชนิดในแปลงบริหารศัตรูพืชและจำนวนอย่างน้อย 6 ชนิดในแปลงของเกษตรกร ไรตัวห้ำที่สำคัญคือไรตัวห้ำในวงศ์ Phytoseiidae ชนิดที่พบเป็นปริมาณมากที่สุด คือ Amblyseius largoensis (Muma) ปริมาณไรตัวห้ำที่พบในสวนที่ใช้หลักการบริหารศัตรูพืชมีแนวโน้มสูงกว่าในสวนของเกษตรกร
สำหรับชนิดของไรที่เก็บได้จากวัชพืชนั้น พบว่าไรตัวห้ำที่เก็บได้จากวัชพืชโดยใช้เครื่องดูด ส่วนใหญ่เป็นไรที่อาศัยอยู่ในดิน และเป็นชนิดที่ต่างกับที่พบบนต้นทุเรียน ไรตัวห้ำที่อาศัยอยู่บนวัชพืชและเก็บได้โดยใช้เครื่องดูดเป็นปริมาณมากที่สุด คือ A. largoensis ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่พบเป็นปริมาณมากที่สุดบนต้นทุเรียนด้วย
ผลการศึกษาลักษณะความผันแปรในปริมาณประชากรของไรแดงแอฟริกันและไรตัวห้ำ phytoseiids ไม่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างไรศัตรูทุเรียนชนิดนี้ และไรตัวห้ำเด่นชัดนัก เนื่องจากประชากรของไรทั้ง 2 ชนิดนี้ มีปริมาณค่อนข้างต่ำ ตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ทำการศึกษา อย่างไรก็ตามการเลือกใช้สารกำจัดศัตรูพืชที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อไรและแมลงที่เป็นประโยชน์ การพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เหมาะแก่การอยู่อาศัย และแพร่ขยายพันธุ์ของไรศัตรูธรรมชาติ และในขณะเดียวกันเพื่อลดการระบาดของไรศัตรูทุเรียน เช่น การใช้ระบบการให้น้ำที่ยอดทุเรียนเพื่อเพิ่มความชื้นภายในสวน และการเก็บรักษาวัชพืชภายในสวนไว้บางส่วน สามารถลดปริมาณไรศัตรูบนต้นทุเรียน แลเอนุรักษ์ไรศัตรูธรรมชาติภายในสวนที่ใช้หลักการบริหารศัตรูพืชได้
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร