การตอบสนองของถั่วเหลืองต่อปริมาณการให้น้ำและการจัดระยะปลูก
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1997.10คำสำคัญ:
ถั่วเหลือง, ปริมาณการชลประทาน, การจัดพืชและการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพบทคัดย่อ
การให้น้ำ และวิธีการปลูกที่เหมาะสม เป็นปัจจัยหลักการเพิ่มผลผลิตถั่วเหลือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกในฤดูแล้ง ได้ดำเนินการทดลองเพื่อตรวจสอบผลของการจัดระยะปลูก และปริมาณการให้น้ำที่มีต่อถั่วเหลืองพันธุ์นครสวรรค์ 1 ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท ปี 2537/38 และ 2538-39 ปริมาณน้ำที่ให้กำหนดโดยใช้อัตราส่วนระหว่างปริมาณน้ำที่ให้ต่อค่าการระเหยสะสม (IW/E) 4 อัตรา คือ 0.3 , 0.5 , 0.7 และ 0.9 จะให้น้ำทุกครั้งเมื่อค่าการระเหยสะสมครบ 60 มม. ปลูกโดยใช้อัตราปลูก 64,000 ต้น/ไร่ มีการจัดอัตราส่วนระยะระหว่างแถวระยะหว่างต้น (rectangularity) 3 อัตราคือ 1:1 , 5:1 และ 10:1 พบว่าไม่มีปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการให้น้ำ และการจัดระยะปลูก ในทุกส่วนที่ตรวจสอบตลอดฤดูปลูก มีการให้ 5 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 11-14 วัน รวมเป็นปริมาณน้ำที่ให้ 90-270 มม. LAI, LAD และ CGR เพิ่มขึ้นกับการเพิ่มอัตราการให้น้ำ และถึงจุดสูงสุดที่ IW/E 0.7 และการปลูกโดยใช้ 1:1 rectangularity หรือ square การให้น้ำที่ IW/E 0.3 ให้ผลผลิตต่ำสุด และเมื่อเพิ่มอัตราการให้น้ำเป็น IW/E 0.5, 0.7 และ 0.9 ผลผลิตเพิ่มขึ้น 16-29ม36-51 และ 41-62% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามไม่มีความแตกต่างทางสถิติระหว่างการให้น้ำที่ IW/E 0.7 และ 0.9 การปลูกแบบ square ให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกโดยใช้ 5:1 และ 10:1 rectangularity ที่ให้ผลผลิตไม่แตกต่างกันทางสถิติ 8-14% การเปลี่ยนแปลงผลผลิตของปัจจัยการให้น้ำเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลง จำนวนฝัก/ต้น และขนาดเมล็ด ขณะที่จำนวนฝัก/ต้น เป็นองค์ประกอบผลผลิตหลักของการเปลี่ยนแปลงผลผลิตของการจัดระยะปลูก
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร