การศึกษาโรคกอเน่าของสตรอเบอรี่ในประเทศไทย
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1996.10คำสำคัญ:
crown rot, strawberry, Colletotrichum gloeosporioidesบทคัดย่อ
ในปี พ.ศ. 2535-36 ได้สำรวจและเก็บตัวอย่างต้นสตรอเบอรี่ (Fragaria x ananassa Duchesne) พันธุ์ไทโอก้าและพันธุ์เมล็ดพริก ซึ่งแสดงอาการโรคกอเน่า จากสวนเกษตรกรในท้องที่ อ. แม่ริม อ. สะเมิง จ. เชียงใหม่ และ อ. แม่สาย จ. เชียงราย มาศึกษาลักษณะอาการและแยกเชื้อเพื่อหาเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคดังกล่าวในห้องปฏิบัติการ โดยใช้อาหาร PDA สำหรับแยกเชื้อราทั่วไป และอาหารเลี้ยงเชื้อเฉพาะ (selective medium) N5ARP และ RNV สำหรับแยก Pythiaceous fungi ผลปรากฏ ว่าต้นสตรอเบอรี่ที่เป็นโรคกอเน่าใบแสดงอาการเหี่ยวอย่างรวดเร็วและตายในที่สุด เนื้อเยื่อส่วนกอด้านในมีลักษณะเน่าแห้ง (dry rot) และมีสีน้ำตาลแดง หรือเนื้อเยื่อบางส่วนเป็นแผลขีดและ Fusarium โดยพบเชื้อรา Colletotrichum มีความสัมพันธ์กับเนิ้อเยื่อแผลกอเน่าในปริมาณสูง การแยกเชื้อจากเนื้อเยื่อกอเน่าและรากเน่าด้วยอาหาร N5ARP ส่วนใหญ่เชื้อไม่เจริญและพบเชื้อรา Colletorichum กับ Pythium อาหาร RNY ส่วนใหญ่เชื้อไม่เจริญ และพบเชื้อรา Pythium เมื่อนำเชื้อรา Colletotrichum จำนวน 3 isolates ที่แยกได้จากผลโรคกอเน่าดังกล่าวไปทดสอบความสามารถในการทำให้เกิดโรคกับต้น สตรอเบอรี่พันธุไทโอก้า โดยวิธีการพ่นสารละลายสปอร์ของเชื้อบนต้นสตรอเบอรี่ และวิธีใช้ mycelial disc ปลูกเชื้อบริเวณด้านข้างลำต้นโดยไม่ทำแผล เชื้อรา Colletotrichum ทั้ง 3 isolates ทำให้ต้นสตรอเบอรี่แสดงอาการโรคกอเน่าได้ และมีลักษณะอาการเหมือนที่เกิดตามธรรมชาติ การแยกเชื้อซ้ำ (re-isolation) ได้เชื้อรา colletotrichum ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคกอเน่าได้ จำแนกเป็น colletortrichum gloeosporioides (Penz.) Penz. และ Sacc.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร