การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหวายเพื่อปลูกเป็นพืชร่วมในสวนยาง

ผู้แต่ง

  • ปัทมา ชนะสงคราม ศูนย์วิจัยยางสงขลา

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1995.4

คำสำคัญ:

หวาย, การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

บทคัดย่อ

ในปัจจุบัน หวายเป็นอีกพืชหนึ่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ในแต่ละปีประเทศไทยได้ส่งออกผลิตภัณฑ์จากหวายในรูปเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องจักสารในมูลค่าสูง แต่วัตถุดิบที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นหวายป่าจากธรรมชาติ ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนลดลงมาก จึงมีการส่งเสริมให้ปลูกสร้างหวาย และเนื่องจากหวายเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพป่าชื้นภายใต้ร่มเงาระหว่างแถวยางของสวนยางใหญ่ ก็มีสภาพความชื้นสูงทัดเทียมกับธรรมชาติ และมีการทดสอบแล้วว่าหวายสามารถเจริญได้ดีในสภาพดังกล่าว ดังนั้นจึงเป็นพืชเสริมรายได้ที่ดีชนิดหนึ่งสำหรับชาวสวนยาง แต่การขยายพันธุ์หวายสามารถทำได้วิธีเดียว คือปลูกด้วยเมล็ด ซึ่งหาได้ยากมากในสภาพป่าธรรมชาติ จึงได้ศึกษาวิธีการขยายพันธุ์หวายด้วยวิธีอื่น โดยการนำเทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้ ศูนย์วิจัยยางสงขลาได้ทดลองใช้เนื้อเยื่อส่วนตายอดของต้นกล้าหวายตะค้าทอง มาตัดเป็นชิ้นบาง ๆ หนาประมาณ 1 มม. ให้ผ่านจุดปลายยอดทุกชิ้น นำไปเลี้ยงบนอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยางพารา (enjalric el a. 1982) ที่มีผงถ่าน 2 กรัม/ลิตร และน้ำตาลทราย 60 กรัม/ลิตร โดยมีสารควบคุมการเจริญเติบโต N-Benyl adenine (BA), 3-Indolebutyric acid (IBA) และ 2,4-D) ซึ่งเตรียมในอัตราต่าง ๆ กัน 7 อัตรา จากการทดลองพบว่าอาหารที่มี BA 25 มก./ลิตร ร่วมกับ IBA 10 มก./ลิตร ให้ผลดีที่สุด โดยให้จำนวนต้นสมบูรณ์และแข็งแรงมากที่สุด และสามารถย้ายปลูกลงดินประมาณ 4 เดือนหลังจากเริ่มเลี้ยง

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

1995-02-03

รูปแบบการอ้างอิง

ชนะสงคราม ป. (1995). การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหวายเพื่อปลูกเป็นพืชร่วมในสวนยาง. วารสารวิชาการเกษตร, 13(1), 37–42. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1995.4

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย