อิทธิพลของ Paclobutrazol และสภาพแวดล้อม ต่อการออกดอก ติดผล และคุณภาพของทุเรียน
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1993.14คำสำคัญ:
ทุเรียน, การออกดอก, paclobutrazolบทคัดย่อ
ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ได้ทำการศึกษาอิทธิพลของสภาพแวดล้อมและอัตราความเข้มข้นของสารพาโคลบิวทราโซลที่มีผลต่อการออกดอก ติดผล และคุณภาพของทุเรียนพันธุ์ชะนีโดยใช้สารพาโคลบิวทราโซล ฉีดพ่นต้นทุเรียนที่มีความสมบูรณ์มาก และต้นที่มีความสมบูรณ์น้อยที่สวนเกษตรกร อ. แหลมสิงห์ อ. ขลุง อ. มะขาม และ อ. ท่าใหม่ จ. จันทบุรี ในระหว่างเดือนสิงหาคม 2530 (ฤดูการผลิต 2530/31) พบว่าการฉีดพ่นสารพาโคลบิวทราโซล ทุกอัตราขณะที่ต้นทุกเรียนมีใบเพสลาดมากสามารถทำให้ต้นทุเรียนออกดอกเร็วขึ้น 30-40 วัน ตามอัตราความเข้มข้น (r = 0.319*) และปริมาณดอกทุเรียนเพิ่มขึ้น 29-64% เมื่อเทียบกับต้นที่ไม่ได้ฉีดพ่นสาร ต้นทุเรียนจะเริ่มออกดอกในขณะที่มีค่า leaf water potential ประมาณ 8 KPa อุณหภูมิเฉลี่ย 20-25 C ความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 50-70% ติดต่อกันประมาณ 5 วันก่อนออกดอก ชนิดหรืออัตราความเข้มข้นของสารพาโคลบิวทราโซล ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการติดผลและคุณภาพของทุเรียน การใช้สารโคลบิวทราโซลมีผลทำให้อัตราการพัฒนาการของดอกและผลช้ากว่าต้นที่ไม่ได้ฉีดพ่นสาร
ในฤดูกาลผลิต 2531/32 ได้ทำการทดลองซ้ำเพื่อยืนยันผลการทดลองในปี 2530/31 โดยการเลือกใช้ปัจจัยการทดลองให้เหมาะสมยิ่งขึ้นตามผลการทดลองที่ได้ในปี 2530/31 พบว่าการฉีดพ่นสารพาโคลบิวทราโซล ครั้งเดียว หรือแบ่งฉีดพ่น 2 ครั้ง ทุกอัตราความเข้มข้นสามารถทำให้ 80% ของต้นทุเรียนที่ได้รับการฉีดพ่นสารออกดอกเร็วขึ้น 14 - 45 วัน ทั้งนี้ขึ้นกับรูปแบบการกระจายของฝน ต้นทุเรียนที่ใช้สารพาโคลบิวทราโซลในอัตราและเวลาที่เหมาะเหมาะสมสำหรับต้นทุเรียนที่มีขนาดพอดีสามารถทำให้ต้นทุเรียนออกดอกได้เร็วขึ้น เมื่อมีช่วงฝนแล้งที่เหมาะสม
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร