ความรู้พื้นบ้านในระบบการปลูกพืชตลอดปีของเกษตรกรที่ราบลุ่มเชียงใหม่
บทคัดย่อ
การศึกษาวิธีการจัดระบบการปลูกพืชตลอดปี และการจัดการพื้นบ้านของเกษตรกร โดยเปรียบเทียบหมู่บ้านที่ดินดีกับหมู่บ้านที่ดินไม่ดีในที่ราบลุ่มเชียงใหม่ การเก็บข้อมูลใช้แบบสัมภาษณ์และวิเคราะห์ค่าร้อยละค่าไคสแควส์ ผลการศึกษาพบว่าทั้งสองหมู่บ้านเกษตรกรปลูกพืชสองครั้งในรอบปีมากที่สุด คือ ฤดูฝนปลูกข้าว ฤดูหนาวปลูกพืชไร่ มียาสูบและถั่วเหลืองมาก รองลงไป ได้แก่ พริก ผักต่าง ๆ และข้าวนาปรัง ข้าวนาปีนั้นมีทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า ข้าวเหนียวส่วนใหญ่ปลูกพันธุ์สันป่าตอง ปลูกไว้เพื่อบริโภค ข้าวเจ้าส่วนใหญ่ปลูกพันธุ์ กข 7 ปลูกไว้เพื่อขาย การเลือกพันธุ์ข้าวนาปีขึ้นกับชนิดของพืชไร่ที่ปลูกตามหลังในฤดูหนาว ถ้าเป็นยาสูบ แตง พริก พืชเหล่านี้ต้องรีบปลูกเพื่อให้ได้ราคาดีและได้เงินเร็ว กรณีของยาสูบต้องให้ทันกับกล้าของโรงบ่มใบนา เกษตรกรจะเลือกปลูกข้าวพันธุ์อายุสั้น ถ้าพืชไร่ที่ปลูกในฤดูหนาวเป็นถั่วเหลืองซึ่งปลูกช้ากว่า คือ ต้นเดือนมกราคม เกษตรกรจะเลือกพันธุ์ข้าวอายุยาว
การกำจัดวัชพืชแบบพื้นบ้าน คือ ใช้เท้าย่ำหญ้าฝังดิน ถ้าต้นโตมากจะถอนกองบนคันนา การกำจัดวัชพืชแบบพื้นบ้านและแบบใช้สารเคมีระหว่างหมู่บ้านทั้งสองแห่งพบว่า มีความแตกต่างกันในระดับความเชื่อมั่นที่ .01 โดยที่หมู่บ้านที่มีดินดีกว่าจะใช้วิธีกำจัดวัชพืชแบบพื้นบ้านมากกว่า การปลูกถั่วเหลืองตามตอซังข้าวแล้วกลบด้วยขี้เถ้าเป็นการปลูกแบบพื้นบ้านที่ทำกันมานานในภาคเหนือ และพบว่าหมู่บ้านที่ดินดีกว่าจะมีการปลูกถั่วเหลืองกันมากกว่าหมู่บ้านที่ดินเลว ซึ่งมีความแตกต่างในระดับความเชื่อมั่น 0.5 แต่อัตราปุ๋ยที่ใส่กับข้าวและถั่วเหลืองไม่มีความแตกต่างกันระหว่างหมู่บ้านทั้งสองแห่ง เกษตรกรในหมู่บ้านที่มีดินเลวจะมีการปรึกษาหารือปัญหาเรื่องดินของตนมากกว่าเกษตรกรในหมู่บ้านที่มีดินดีและมีความแตกต่างกันในระดับความเชื่อมั่น 0.01
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
วารสารวิชาการเกษตร