การเพิ่มความเป็นประโยชน์ของหินฟอสเฟตโดยผสมกับส่าเหล้า
บทคัดย่อ
ผสมดินฟอสเฟตและส่าเหล้าจาก จ. เพชรบูรณ์ ในห้องปฏิบัติการอัตราต่าง ๆ กัน คือ 30:0, 27:3, 24:6, 21:9, 18:12, และ 15:15 บ่มไว้เป็นระยะเวลา 1,10 และ 20 วัน และผสมหินฟอสเฟตและส่าเหล้าจาก จ. ราชบุรี ในอัตรา 30:0, 24:6, 18:12 และ 12:18, บ่มไว้เป็นระยะเวลา 1,7,14,21 และ 28 วัน ผลการบ่มปรากฎว่า ปริมาณฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ได้ในของผสมจาก จ. เพชรบูรณ์จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามปริมาณของส่าเหล้าที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเมื่อใช้เวลาในการบ่มนานขึ้นและมี pH หลังบ่มประมาณ 8.62 ในทำนองเดียวกันผลการบ่งของผสมจาก จ.ราชบุรี ปริมาณฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ได้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามปริมาณของส่าเหล้าที่เพิ่มขึ้น และเพิ่มได้สูงสุดในระยะ 2 สัปดาห์ ของการบ่มแล้วจะค่อย ๆ ลดลง ของผสมในอัตรา 12:18 เป็นอัตราที่มีปริมาณส่าเหล้ามากที่สุด มีปริมาณฟอสเฟตที่เป็นประโยชน์ได้เพิ่มขึ้นและสูงสุดเมื่อบ่มของผสมไว้นาน 2 สัปดาห์ และมี pH หลังบ่มประมาณ 5.9 จากการ ทดลองปลูกข้าวโพดในกระถางในเรือนกระจก ในดินชุดปากช่องที่ใส่หินฟอสเฟตผสมส่าเหล้าจาก จ. ราชบุรี ในอัตรา 100 :0, 100:50, 100:100, 100:150 และ 100:200 เปรียบเทียบกับกระถางที่ใส่ซูเปอร์ฟอสเฟต ผลปรากฎว่าไม่ทำให้ความสูงและน้ำหนักแห่งของข้าวดพดแตกต่างกันทางสถิติแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามยิ่งปริมาณส่าเหล้าในของผสมยิ่งเพิ่มขึ้น ความสูง น้ำหนักแห้ง ปริมาณไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตซเซียมทั้งหมดที่ต้นข้าวโพดดูดขึ้นมามีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นลำดับ การทดลองครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่าส่าเหล้าเมื่อผสมกับฟินฟอสเฟตแล้วสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยได้ทันทีโดยไม่ต้องหมักไว้ล่วงหน้าในดิน 2 เดือนก่อนปลูก
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
วารสารวิชาการเกษตร