การเปรียบเทียบพันธุ์ฟ้าทะลายโจรที่ให้ผลผลิตและสารแอนโดรกราโฟไลด์สูง

ผู้แต่ง

  • เกษร แช่มชื่น ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร
  • สุรพงษ์ อนุตธโต ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร
  • ดาวรรณ สนคง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร
  • อนุรักษ์ สุขขารมย์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร
  • นันทนา บุญสนอง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์
  • อารีรัตน์ พระเพชร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2023.25

คำสำคัญ:

ฟ้าทะลายโจร, เปรียบเทียบพันธุ์, แอนโดรกราโฟไลด์

บทคัดย่อ

ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชสมุนไพรที่มีสาร แอนโดรกราโฟไลด์ซึ่งเป็นสารสำคัญมีฤทธิ์ยับยั้ง การเพิ่มจำนวนเซลล์ไวรัสโควิด 19 และในบัญชียาหลักแห่งชาติกำหนดให้ฟ้าทะลายโจรเป็นยาเพื่อรักษาอาการระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร แต่การผลิตฟ้าทะลายโจรมีความผันแปรของผลผลิตและปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ ตามพันธุกรรม และสภาพแวดล้อมการปรับปรุงพันธุ์จนได้สายพันธุ์ที่ดีแล้วต้องทดสอบในสภาพแวดล้อมที่ต่างกันด้วย จึงทำการเปรียบเทียบ ผลผลิตและปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ของพันธุ์ฟ้าทะลายโจรที่ผ่านการคัดเลือก 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์พิษณุโลก 5-4 และสายพันธุ์พิจิตร 4-4 กับพันธุ์ปลูกทั่วไป 2 พันธุ์คือ พันธุ์นครปฐมและพันธุ์ปราจีนบุรีดำเนินการทดสอบใน 3 แหล่ง ปลูก ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์และแปลงเกษตรกร อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ปลูก ฤดูฝน ปีพ.ศ. 2564 วางแผนการทดลองแบบสุ่ม ในบล็อกสมบูรณ์จำนวน 5 ซ้ำพบว่าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร ฟ้าทะลายโจรสาย พันธุ์พิษณุโลก 5-4 ให้น้ำหนักสดและแห้งสูงสุด 3,013 และ 1,006 กก./ไร่ รองลงมา คือ สายพันธุ์พิจิตร 4-4 ให้น้ำหนักสดและแห้ง 2,732 และ 810 กก./ไร่ ในขณะที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการ เกษตรอุตรดิตถ์และแปลงเกษตรกรอ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลกสายพันธุ์พิจิตร 4-4 ให้น้ำหนักสดและ แห้งสูงสุดสำหรับปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ ฟ้าทะลายโจรสายพันธุ์พิจิตร 4-4 ปลูกที่ศูนย์วิจัย และพัฒนาการเกษตรพิจิตร และศูนย์วิจัยและ พัฒนาการเกษตรอุตรดิตถ์ ให้ปริมาณสาร แอนโดรกราโฟไลด์สูงสุด 5.87 และ3.56ก./น้ำหนัก แห้ง 100 ก. พบปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์กับแหล่ง ปลูกในด้านผลผลิต แต่ไม่พบในส่วนของสาร แอนโดรกราโฟไลด์

เอกสารอ้างอิง

กรมวิชาการเกษตร. 2558. เทคนิคทางสถิติในการปฏิบัติงานวิจัย. พิมพ์ครั้งที่4. สำนักพิมพ์เกินคุ้ม มีเดีย, นนทบุรี. 51 หน้า.

กระทรวงสาธารณสุข และองค์กรภาครัฐ–เอกชน.2560. แผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560-2564. พิมพ์ครั้งที่ 2. สำนักพิมพ์ บริษัททีเอส อินเตอร์พริ้นท์ จำกัดกรุงเทพมหานคร. 216 หน้า.

จรัญ ดิษฐไชยวงศ์ ศุจิรัตน์ สงวนรังศิริกุล ไกรศร ตาวงศ์ มัลลิกา แสงเพชร อนุสิษฐุ์ เจตนา เพลิญ บุดดาน้อย สมพร วนะสิทธิ์ เตือนใจ พุดชัง สุธน สุวรรณบุตร แสงมณี ชิงดวง สัจจะ ประสงค์ทรัพย์ วันชัย ถนอมทรัพย์ จิรพงษ์ ประสิทธิเขตร อมร เพชรสม วาสนา โตเลี้ยง และเอกสิทธิ์ ดำริห์ใจจริง. 2549. ลักษณะทางการเกษตรทางพันธุกรรม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลผลิตและปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ของฟ้าทะลายโจร. รายงานผลการทดลองสิ้นสุดประจำปีงบประมาณ 2549. ศูนย์วิจัยพืชสวนพิจิตร. 48 หน้า.

จรัญ ดิษฐไชยวงศ์ เสงี่ยม แจ่มจำรูญ มัลลิกา แสงเพชร สัจจะ ประสงค์ทรัพย์ จิดาภา สุภาผล แสงมณี ชิงดวง ไกรศร ตาวงศ์ สมพร วนะสิทธิ์ เตือนใจ พุดซัง พุฒนา รุ่งระวีและวาสนา โตเลี้ยง. 2554. วิจัยและพัฒนาการผลิตฟ้าทะลายโจรเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ. รายงานผลการทดลองสิ้นสุด ประจำปีงบประมาณ 2554. กรมวิชาการเกษตร. 37 หน้า.

Anonymous. 2016. Guidelines for the conduct of test for distinctiveness, uniformity on kalmegh (Andrographis paniculata) (Burm. f.) Wall. ex Nees). Protection of Plant Varieties andFarmer’ Rights Authority (PPV & FRA) Available at: https://plantauthority. gov.in/sites/default/files/draftkalmegh.pdf. Accessed: June 15, 2023

Benoy, G.K., D.K. Animesh, M. Aninda, D.K. Priyanka and H. Sandip. 2012. An overview Andrographis paniculata (Burm. f.) Nees. Int. J. Res. Ayurveda Pharm. 3(6): 752-760.

Bhan, M.K., A.K Dhar, S. Khan, S.K. Lattoo, K.K. Gupta and D.K. Choudhary.2006. Screening andoptimization of Andrographis paniculata (Burm. f.) Nees for total andrographolide content, yield and its components. Scientia Horticulturae. 107(4): 386-391.

Department of Medical Sciences. 2021. Thai Herbal Pharmacopoeia 2021 Volume I. Keawjawjom Printing & Publishing Suan Sunandha Rajabhat University, Bangkok. 507 p.

Pandey, A.K., S. Gulati, A. Gupta and Y.C. Tripathi. 2019. Variation in andrographolide content among different accessions of Andrographis paniculata. Pharma Innovation. 8(4): 140-144.

Patarapanich, C., S.Laungcholatan, N. Mahaverawat, C. Chaichantipayuth and S. Pummangura. 2007. HPLC determinationofactivediterpene lactones from Andrographis paniculata Nees planted in various seasons and regions in Thailand. Thai J. Pharm. Sci. 31: 91-99.

Sa-ngiamsuntorn, K., A. Suksatu, Y. Pewkliang, P. Thongsri, P. Kanjanasirirat, S. Manopwisedjaroen, S. Charoensutthivarakul, P. Wongtrakoongate, S. Pitiporn J. Chaopreecha, S. Kongsomros, K. Jearawuttanakul, W. Wannalo, P. Khemawoot S. Chutipongtanate, S. Borwornpinyo, A. Thitithanyanont and S. Hongeng. 2021. Anti-SARS-CoV-2 activity of Andrographis paniculata extract and its major component and rographolide in human lung epithelial cells and cytotoxicity evaluationin majororgancell representatives. J. Nat. Prod. 84(4): 1261-1270.

Sharma, M. and G.R. Sharma. 2013. Identification, purification and quantification of Andrographolide from Andrographis paniculata (Burm. f.) Nees by HPTLC at different stages of life cycle of crop. J. Curr. Chem. Pharm. Sci. 3(1): 23-32

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

แช่มชื่น เ. ., อนุตธโต ส. ., สนคง ด. ., สุขขารมย์ อ. ., บุญสนอง น. ., & พระเพชร อ. . (2023). การเปรียบเทียบพันธุ์ฟ้าทะลายโจรที่ให้ผลผลิตและสารแอนโดรกราโฟไลด์สูง . วารสารวิชาการเกษตร, 41(3), 297–306. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2023.25

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย