การปนเปื้อนเชื้อ Escherichia coli Miguli และ Salmonella spp. ในดิน และผักที่ปลูกโดยใช้มูลวัวหมักและไม่หมัก
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2011.3คำสำคัญ:
มูลวัวหมัก, ผักบทคัดย่อ
การใช้มูลวัวเป็นปุ๋ยอินทรีย์ในการปลูกผัก ส่วนใหญ่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อ Escherichia coli และ Salmonella spp. แต่เมื่อหมักมูลวัวเป็นเวลา 98 วัน ทำให้ไม่พบเชื้อทั้งสองชนิดนี้ไปหรือลดลงได้ จึงทำการเปรียบเทียบการปนเปื้อนเชื้อ E.coli และ Salmonella spp. ในดินและพืชผักที่มีการใช้มูลวัวหมักและไม่หมัก เพื่อประเมินการปนเปื้อนเชื้อทั้งสองชนิดโดยทำการทดลองที่ศูนย์วิจัยสาธิตและฝึกอบรมการเกษตรแม่เหียะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างเดือนมกราคม - เมษายน พ.ศ.2553 โดยวางแผนการทดลองแบบ split plot ซึ่งมีปัจจัยหลักเป็นชนิดของผักคือ หน่อไม้ฝรั่ง คะน้า ผักชีไทย ผักชีฝรั่ง และ สะระแหน่ ส่วนปัจจัยรองคือ การไม่ใส่มูลวัว (กรรมวิธีควบคุม) การใส่มูลวัวหมักและไม่หมัก การดำเนินการ 3 ซ้ำและทำสุ่มเก็บบตัวอย่างดินที่ระยะ 7 21 35 และ 49 วันหลังปลูก ส่วนตัวอย่างผักเก็บที่ระยะสุดท้ายเพียงครั้งเดียวคือที่ 49 วัน พบว่าการใส่มูลวัวหมักทำให้ไม่พบการปนเปื้อนเชื้อ E. coli ในตัวอย่างดินปลูก และตัวอย่างผักทั้ง 5 ชนิด ของทุกระยะที่สุ่มตรวจ ยกเว้นที่ 49 วัน ที่พบการปนเปื้อน E. coli ในทุกกรรมวิธีของดินปลูกหน่อไม้ฝรั่ง แต่การใส่มูลวัวที่ไม่หมักพบว่ามีการปนเปื้อนเชื้อทั้งสองชนิดในตัวอย่างดินปลูกผักทุกแปลงทดลองระหว่าง 3.29 - 4.93 log MPN/g และพบการปนเปื้อนในตัวอย่างผัก 4 ชนิด คือหน่อไม้ฝรั่ง คะน้า ผักชีไทยและผักชีฝรั่ง ที่ 2.78 3.11 4.38 และ 2.78 log MPN/g ตามลำดับ ยกเว้นสะระแหน่ สำหรับการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella spp. พบว่ามีการปนเปื้อนในดินปลูกผักทุกชนิดของทุกกรรมวิธีในบางระยะของการเก็บตัวอย่าง แต่ในตัวอย่างผักมีการปนเปื้อนเฉพาะผักในแปลงทดลองที่ใช้มูลวัวไม่หมักเท่านั้น ยกเว้นสะระแหน่ที่ไม่พบการปนเปื้อนในทุกกรรมวิธี ดังนั้นการนำมูลวัวมาหมักก่อนนำมาใช้ในการปลูกผักสามารถช่วยลดการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคทั้งสองชนิดนี้
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2017 วารสารวิชาการเกษตร (Thai Agricultural Research Journal)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร