ความถี่ อัตราและช่วงระยะเวลาการให้น้ำสำหรับอ้อยในเขตชลประทานภาคกลาง

ผู้แต่ง

  • วันชัย ถนอมทรัพย์ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 กรมวิชาการเกษตร อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท 17150
  • ทักษิณา ศันสยะวิชัย ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น กรมวิชาการเกษตร 108 ถนนมิตรภาพ ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2009.8

คำสำคัญ:

อ้อย, ความถี่การให้น้ำ, อัตราการให้น้ำ, ช่วงระยะการให้น้ำ

บทคัดย่อ

ความถี่อัตราและช่วงระยะเวลาการให้น้ำเกี่ยวข้องโดยตรงกับผลผลิตและต้นทุนการผลิตอ้อย การทดลองเพื่อตรวจสอบการตอบสนองอ้อยต่อความถี่ อัตราการให้น้ำและช่วงระยะเวลาการให้น้ำในสภาพดินเหนียวชุดราชบุรี  ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท  ในฤดูปลูกอ้อยปี พ.ศ. 2543-2546  พบว่าการให้น้ำทุกครั้งเมื่อค่าการระเหยสะสมครบ  60  มม.  ให้ผลผลิตไม่แตกต่างกันกับการให้น้ำทุกครั้งเมื่อค่าการระเหยสะสมครบ 90 มม. แต่สูงกว่าการปลูกโดยไม่มีการให้น้ำ  58.8, 41.9 และ 59.3% สำหรับการทดลองปี พ.ศ. 2543/44  2544/45 และ 2545/46 ตามลำดับ การตอบสนองของอ้อยพันธุ์อู่ทอง 3 และ K 84 -200 อัตราการให้น้ำ พบว่าไม่มีปฎิสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์และอัตราการให้น้ำ การให้น้ำที่อัตราระหว่างปริมาณน้ำที่ให้ต่อค่าการระเหย 1.2 ให้ผลผลิต ไม่แตกต่างกับทางสถิติกับการให้น้ำที่อัตราส่วนระหว่างปริมาณน้ำที่ให้ต่อการระเหย 0.6, 0.8 และ 1.0 แต่สูงกว่าการปลูกโดยไม่มีการให้น้ำ 22.8, 46.7 และ 35.7% สำหรับการทดลองปี พ.ศ. 2543/44 2545/45 และ 2545/46 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่าการให้น้ำในช่วงระยะตั้งตัว และระยะ vegetative หรือระยะ vegetative กับระยะสร้างน้ำตาล หรือระยะตั้งตัวถึงระยะสร้างน้ำตาล ให้ผลผลิตไม่แตกต่างกันทางสถิติเช่นกัน   แต่สูงกว่าการให้น้ำในช่วงระยะเวลาอื่น ๆอย่างมีนัยสำคัญ โดยการให้น้ำช่วงระยะตั้งตัวถึงระยะสร้างน้ำตาลให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกโดยไม่มีการให้น้ำ 57.2 และ 39.2%  สำหรับการทดลองปี พ.ศ. 2544/45  และ 2545/46 การเพิ่มขึ้นของผลผลิตเมื่อเพิ่มความถี่  อัตราและช่วงระยะเวลาการให้น้ำ เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของความสูงลำและจำนวนลำ/ไร่

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2009-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

ถนอมทรัพย์ ว., & ศันสยะวิชัย ท. (2009). ความถี่ อัตราและช่วงระยะเวลาการให้น้ำสำหรับอ้อยในเขตชลประทานภาคกลาง. วารสารวิชาการเกษตร, 27(2), 122. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2009.8

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย