การพัฒนาวิธีการสกัดสารซาโปนินจากเปลือกเงาะและการทดสอบประสิทธิภาพ ของสารซาโปนิน

ผู้แต่ง

  • กอร์ปไพบูลย์ กอร์ปไพบูลย์ ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร
  • อรวินทินี ชูศรี ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร
  • ศิริพร เต็งรัง กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2017.18

คำสำคัญ:

วิธีการสกัดหยาบ , สารสกัดหยาบซา, โปนิน, ควบคุมศัตรูพืช , หอยเชอรี่ , เชื้อราโรคพืช

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อหาวิธีการสกัดสารซาโปนินที่มีอยู่ในเปลือกเงาะ วิเคราะห์ชนิด และปริมาณของซาโปนินที่สกัดได้ และการทดสอบประสิทธิภาพของสารซาโปนินในการควบคุมศัตรูพืช ดำเนินการที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ระหว่างเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 – ตุลาคม พ.ศ. 2557 ทดลองวิธีการสกัดแบบแช่และแบบกลั่น reflux โดยใช้ตัวทำละลาย3 ชนิด ได้แก่ เอธานอล 70% เมทานอล 70%และน้ำกลั่น พบว่า การสกัดแบบกลั่น reflux โดยใช้ เอธานอล 70% และเมทานอล 70%มีน้ำหนักแห้งของสารสกัดหยาบสูง 44% และ 33% ใช้ระยะเวลาเพียง 9 ชม. การวิเคราะห์
สารสกัดด้วย FTIR พบว่า สารที่ได้คือ ไตรเทอร์พีน และสเตียรอยด์ซาโปนิน เมื่อนำไปวิเคราะห์ปริมาณซาโปนินโดยใช้เครื่องสเปคโตร โฟโตมิเตอร์ พบว่า สารซาโปนิน ที่ได้จากการสกัดแบบกลั่น reflux ด้วยเมทานอล 70% มีปริมาณสูงที่สุด (422.05 มก/ก.) สูงกว่าวิธีการสกัดแบบกลั่น reflux ด้วยน้ำกลั่น และเอธานอล 70% ถึง 23 % และ 14% การทดสอบประสิทธิภาพของสารซาโปนินในการควบคุมศัตรูพืช พบว่า การใช้สารสกัดหยาบซาโปนินที่ระเหยตัวทำละลายออกหมดแล้วผสมกับน้ำกลั่น ที่ความเข้มข้น 2,000 และ 4,000 มก./ล. ทำให้หอยเชอรี่ (Pomacea canaliculata) ตายภายใน 12 ชม. และที่ระดับ ความเข้มข้น 2,000 มก./ล. สามารถยับยั้งการเจริญของโคโลนีเชื้อรา Phytophthora palmivora,Colletotrichum spp. และ Marasmius
palmivorus Sharples. บนอาหารเลี้ยงเชื้อPDA ที่ผสมสารสกัดหยาบซาโปนินได้ดี เมื่อเปรียบเทียบกับกรรมวิธีควบคุม

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-01-24

รูปแบบการอ้างอิง

กอร์ปไพบูลย์ ก., ชูศรี อ., & เต็งรัง ศ. (2017). การพัฒนาวิธีการสกัดสารซาโปนินจากเปลือกเงาะและการทดสอบประสิทธิภาพ ของสารซาโปนิน. วารสารวิชาการเกษตร, 35(1), 60–73. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2017.18

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย