การศึกษาพิษเรื้อรังของสารสกัดกระเจี๊ยบเขียวในหนูแรท

Main Article Content

พราว ศุภจริยาวัตร
ตีญานี สาหัด
วิจิตรา สุดห่วง
สุจริต อุ่นกาศ
ปฏิภาณ พริ้มพราย
ศรายุธ ระดาพงษ์
เสกรชตกร บัวเบา
นิธิดา พลโคตร
ศักดิ์วิชัย อ่อนทอง
ทวีศักดิ์ ส่งเสริม
พรชัย สินเจริญโภไคย

บทคัดย่อ

กระเจี๊ยบเขียว Abelmoschus esculentus (L.)  เป็นสมุนไพรที่มีการวางจำหน่ายและการบริโภคของประชาชนอย่างแพร่หลาย แต่ข้อมูลด้านความปลอดภัยของสารสกัดจากพืชชนิดนี้ยังมีอย่างจำกัด งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความปลอดภัยของสารสกัดกระเจี๊ยบเขียวในหนูแรทโดยทำการป้อนสารสกัดกระเจี๊ยบเขียวให้หนูแรททางปากติดต่อกันเป็นระยะเวลา 180 วัน ผลการศึกษาพบว่า หนูเพศผู้และเพศเมียที่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบเขียวทุกขนาดไม่ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อสุขภาพ การกินอาหาร และค่าทางโลหิตวิทยา ส่วนค่าทางเคมีคลินิกพบว่าหนูเพศผู้ที่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบเขียวในขนาด 1000-R มิลลิกรัม (มก.)/กิโลกรัม (กก.)/วัน มีระดับ creatinine (Cr) ต่ำลง ระดับ Blood Urea Nitrogen (BUN) สูง และระดับกรดยูริก (Uric acid) สูง แตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนในหนูเพศเมียกลุ่มที่ได้รับสารสกัดกระเจี๊ยบเขียวในขนาด 1000-R มก./กก./วัน มีระดับ creatinine ต่ำลง หนูที่ได้รับสารสกัดในขนาด 125 มก./กก./วัน   มีระดับ Uric acid สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนระดับโซเดียม (Na) พบว่าหนูที่ได้รับสารสกัดขนาด 125, 250 และ1000-R มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน มีระดับ Na สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และระดับกลูโคส (Glucose) ลดลงสัมพันธ์กับขนาดสารสกัดที่หนูได้รับ ผลการตรวจอวัยวะทางจุลพยาธิวิทยา พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงในบางอวัยวะแต่ไม่แตกต่างจากหนูกลุ่มควบคุม จากการทดลองสรุปได้ว่าสารสกัดกระเจี๊ยบเขียวไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษเรื้อรังที่รุนแรง แต่ต้องระมัดระวังในการใช้สำหรับผู้ มีโรคประจำตัวบางโรค

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศุภจริยาวัตร พ., สาหัด ต. ., สุดห่วง ว. ., อุ่นกาศ ส. ., พริ้มพราย ป. ., ระดาพงษ์ ศ. ., บัวเบา เ. ., พลโคตร น. ., อ่อนทอง ศ. ., ส่งเสริม ท. ., & สินเจริญโภไคย พ. . (2023). การศึกษาพิษเรื้อรังของสารสกัดกระเจี๊ยบเขียวในหนูแรท. วารสารพิษวิทยาไทย, 38(1), 68–84. สืบค้น จาก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/ThaiJToxicol/article/view/258524
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ราชบัณฑิตยสถาน. อนุกรมวิธานพืช อักษร ก. กรุงเทพฯ: เพื่อนพิมพ์. 2538.

สุภาภรณ์ ปิติพร.กระเจี๊ยบเขียว แหล่งกลูต้าไทโอน ราชาสารต้านอนุมูลอิสระ. วารสารหมอชาวบ้าน 2557; 35 (419): 24-6.

OECD Guideline for testing of chemicals. Chronic Toxicity Studies, 2020 Available at: https://www.oecdilibrary.org/docserver/9789264071209en.pdf?expires=1680233021&id=id&accname= guest&checksum=7D65B425B93F33 8DDE7020C1F7CF73B2, accessed on Oct 10, 2020.

Prommuak C, D-Eknamkul W, Shotipruk A. Extraction of flavonoids and carotenoids from Thai silk waste and antioxidant activity of extract. Sep Purif Technol 2008, 444-8.

Thai Pharmacopoeia. Ministry of Public Health; Department of Medical Sciences. Nonthaburi. 2003; 2: part 3

Thai Pharmacopoeia. Ministry of Public Health; Department of Medical Sciences. Nonthaburi. 2003; 1: part 1

Ostermann M, Kashani K, Forni LG. The two sides of creatinine: both as bad as each other. J Thorac Dis 2016; 8: 28-30.

Husen SA, Winarni D, Ansori ANM, et al. Antioxidant potency of okra (Abelmoschus esculentus l. moench) pods extract to ameliorate kidney structure and function in diabetic mice. Ecol Environ Conserv 2020; 26: 1764-8.

Ilango KB, Pradeep LA, Vetrivel D, et al. Safety evaluation of Abelmoschus esculentus polysaccharide. Int J Pharm Sci Rev Res 2011; 10: 106-10.

Nasrollahi Z, ShahaniPour K, Monajemi R, et al. Abelmoschus esculentus (L.) Moench improved blood glucose, lipid, and down-regulated PPAR-α, PTP1B genes expression in diabetic rats. J Food Biochem 2022; 46: 1-12.

Aleissa Mohammed AL-Zharani S, Alneghery LM, Saquib Hasnain Md, et al. Comparative study of the anti-diabetic effect of mucilage and seed extract of Abelmoschus esculentus against streptozotocin-induced diabetes in rat model. J King Saud Univ Sci 2022; 34: 1-9.

RCC, Inc. Historical control data of Wistra Hannover GALAS rats. 1999.