ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น Factors affecting quality assurance operations of the Academic Service Office
Main Article Content
Abstract
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ทราบถึงสภาพการประกันคุณภาพ สำนักบริการวิชาการ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาสำนักบริการวิชาการ 3) เพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานประกันคุณภาพมาใช้ในการเสนอแนวทางที่ควรพิจารณาและดำเนินการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพตามเกณฑ์การประเมิน ได้ใช้แบบสอบถามสำรวจ จำนวน 32 ชุด ซึ่งตอบรับกลับมา จำนวน 29 ชุด คิดเป็นร้อยละ 90.62 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียรสัน (Peason’s Product Moment Correlation Coefficient)
และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า (1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพ
ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุด คือ ปัจจัยด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ระดับมากที่สุด (x̄ =4.28 ,Sd =0.69) รองลงมาคือ ปัจจัยด้านวัฒนธรรมองค์กร อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ =4.23 ,Sd =0.75) และน้อยที่สุด คือ ปัจจัยด้าน การบริหารจัดการ (x̄ =3.88 ,Sd =0.97) (2) ระบบการปรับปรุงผลการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในใช้วงจร PDCA มากที่สุด คือ ด้านการวางแผน (Plan) อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ =4.25 ,Sd =0.70) รองลงมา การดำเนินงานตามแผน (Do) อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ =4.24 ,Sd =0.72) และน้อยที่สุด คือด้านการติดตามตรวจสอบ (Check) (x̄ =4.09 ,Sd =0.81) (3) จากการทดสอบสมมติฐาน ปัจจัยกับระบบประกันคุณภาพ เมื่อวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระทั้ง 5 ตัวกับตัวแปรตามทั้ง 4 ตัว พบว่า ทุกคู่ ที่ทำการศึกษามีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ผลการวิจัยพบว่า ค่า F มีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 ตัวแปรอิสระทั้ง 5 ตัวแปร ร่วมทำนายระบบและกลไกการประกันคุณภาพได้ประมาณร้อยละ 91.96 เมื่อพิจารณาตัวแปร พบว่า ตัวแปรที่สามารถอธิบายตัวแปรตามได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทิศทางเดียวกัน ได้แก่ การบริหารจัดการ และทรัพยากรและสิ่งสนับสนุนแนวทางการดำเนินการพัฒนาให้เกิดประสิทธิผลตามเกณฑ์
การประเมิน จำเป็นต้องอาศัยแนวทางที่เป็นระบบและเชื่อมโยงกันอย่างสอดคล้อง โดย การทำความเข้าใจเกณฑ์อย่างลึกซึ้ง โดยหน่วยงานต้องวิเคราะห์เกณฑ์การประเมินในเชิงบูรณาการ การสร้างวัฒนธรรมคุณภาพในองค์กร การใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นฐานในการตัดสินใจบนข้อมูลที่มีคุณภาพ ถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ตลอดจนการดำเนินงานตามวงจร PDCA อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยมีการบันทึกผลการปรับปรุงในแต่ละรอบ
อย่างชัดเจน เพื่อแสดงให้เห็นพัฒนาการที่เป็นรูปธรรม
การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพมีคุณค่าทางวิชาการหลายมิติที่สำคัญ ได้แก่ มิติการนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย การระบุปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการประกันคุณภาพ ทำให้ผู้กำหนดนโยบายและผู้บริหารมีข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรบการตัดสินใจในการจัดสรรทรัพยากรและกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยสรุปการศึกษาในเรื่องนี้มีคุณค่าทั้งในเชิงทฤษฎีที่ช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารการศึกษา และเชิงปฏิบัติที่สามารถส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสำนักบริการวิชาการได้อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม
คำสำคัญ: ประกันคุณภาพ ; ปัจจัย ; สำนักบริการวิชาการ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ทราบถึงสภาพการประกันคุณภาพ สำนักบริการวิชาการ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาสำนักบริการวิชาการ 3) เพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานประกันคุณภาพมาใช้ในการเสนอแนวทางที่ควรพิจารณาและดำเนินการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพตามเกณฑ์การประเมิน ได้ใช้แบบสอบถามสำรวจ จำนวน 32 ชุด ซึ่งตอบรับกลับมา จำนวน 29 ชุด คิดเป็นร้อยละ 90.62 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียรสัน (Peason’s Product Moment Correlation Coefficient)
และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า (1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพ
ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุด คือ ปัจจัยด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ระดับมากที่สุด (x̄ =4.28 ,Sd =0.69) รองลงมาคือ ปัจจัยด้านวัฒนธรรมองค์กร อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ =4.23 ,Sd =0.75) และน้อยที่สุด คือ ปัจจัยด้าน การบริหารจัดการ (x̄ =3.88 ,Sd =0.97) (2) ระบบการปรับปรุงผลการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในใช้วงจร PDCA มากที่สุด คือ ด้านการวางแผน (Plan) อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ =4.25 ,Sd =0.70) รองลงมา การดำเนินงานตามแผน (Do) อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ =4.24 ,Sd =0.72) และน้อยที่สุด คือด้านการติดตามตรวจสอบ (Check) (x̄ =4.09 ,Sd =0.81) (3) จากการทดสอบสมมติฐาน ปัจจัยกับระบบประกันคุณภาพ เมื่อวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระทั้ง 5 ตัวกับตัวแปรตามทั้ง 4 ตัว พบว่า ทุกคู่ ที่ทำการศึกษามีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ผลการวิจัยพบว่า ค่า F มีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 ตัวแปรอิสระทั้ง 5 ตัวแปร ร่วมทำนายระบบและกลไกการประกันคุณภาพได้ประมาณร้อยละ 91.96 เมื่อพิจารณาตัวแปร พบว่า ตัวแปรที่สามารถอธิบายตัวแปรตามได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทิศทางเดียวกัน ได้แก่ การบริหารจัดการ และทรัพยากรและสิ่งสนับสนุนแนวทางการดำเนินการพัฒนาให้เกิดประสิทธิผลตามเกณฑ์
การประเมิน จำเป็นต้องอาศัยแนวทางที่เป็นระบบและเชื่อมโยงกันอย่างสอดคล้อง โดย การทำความเข้าใจเกณฑ์อย่างลึกซึ้ง โดยหน่วยงานต้องวิเคราะห์เกณฑ์การประเมินในเชิงบูรณาการ การสร้างวัฒนธรรมคุณภาพในองค์กร การใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นฐานในการตัดสินใจบนข้อมูลที่มีคุณภาพ ถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ตลอดจนการดำเนินงานตามวงจร PDCA อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยมีการบันทึกผลการปรับปรุงในแต่ละรอบ
อย่างชัดเจน เพื่อแสดงให้เห็นพัฒนาการที่เป็นรูปธรรม
การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพมีคุณค่าทางวิชาการหลายมิติที่สำคัญ ได้แก่ มิติการนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย การระบุปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการประกันคุณภาพ ทำให้ผู้กำหนดนโยบายและผู้บริหารมีข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรบการตัดสินใจในการจัดสรรทรัพยากรและกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยสรุปการศึกษาในเรื่องนี้มีคุณค่าทั้งในเชิงทฤษฎีที่ช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารการศึกษา และเชิงปฏิบัติที่สามารถส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสำนักบริการวิชาการได้อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม
คำสำคัญ: ประกันคุณภาพ ; ปัจจัย ; สำนักบริการวิชาการ
Article Details
Section
Research Article (บทความวิจัย)