การควบคุมเชื้อ Ralstonia solanacearum (Smith) Yabuuchi et al. สาเหตุโรคเหี่ยวของมันฝรั่ง โดยเชื้อ Bacillus subtilis Ehrenberg
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2006.14คำสำคัญ:
เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์, ตัวควบคุมชีวภาพ, เชื้อแบซิลัส, โรคที่เกิดจากจุลินทรีย์ดินบทคัดย่อ
ดำเนินการเก็บตัวอย่างดินและรากบริเวณ rhizoplane ของพืชที่ไม่แสดงอาการโรคสภาพสมบูรณ์แข็งแรง ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคเหี่ยวจากเชื้อ Ralstonia solanacearum (Rs) ของมันฝรั่ง พริก มะเขือเทศ มะเขือยาวและขิง 104 ตัวอย่างจาก 18 จังหวัด แยกเชื้อแบคทีเรียที่มีศักยภาพเป็นเชื้อปฏิปักษ์ต่อโรคดังกล่าว ด้วยอาหาร King’s B เก็บเชื้อแบคทีเรียบริสุทธิ์ได้จำนวน 319 ไอโซเลท นำเชื้อแบคทีเรีย ดังกล่าวทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งการเจริญของเชื้อ Rs โดยการทดสอบแบบ direct bioassay ด้วย วิธี Disc Diffusion และ Double Layer Culture พบเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ 15 ไอโซเลท โดยแสดงคุณสมบัติยับยั้งการเจริญของเชื้อสาเหตุโรคดังกล่าวได้ดี มีขนาด 4-20.75 มล. จากการทดสอบเชื้อมีชีวิต และ 6.25-25.00 มล. จากการใช้อาหารกรองของเชื้อ เลือกเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ดังกล่าวที่มีประสิทธิภาพสูงจำนวน 5 ไอโซเลท ทดสอบความสามารถการควบคุมโรคเหี่ยวของมะเขือเทศในโรงเรือนปลูกพืชทดลองในสภาพก่อนและหลังการเป็นโรค โดยก่อนปลูกแช่รากถึงโคนต้นของต้นกล้ามะเขือเทศด้วย สารละลายเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์อัตราความเข้มข้น 10<sup>9</sup> หน่วยโคโลนี/มล. นาน 2-3 นาที แล้วราดด้วยสารละลายเชื้อเดียวกันอัตราความเข้มข้น 10<sup>6</sup> หน่วยโคโลนี/มล. ปริมาตร 10 มล./กระถาง 4 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 7 วัน พบว่าเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ทั้ง 5 ไอโซเลท สามารถป้องกันการเกิดโรคได้ แต่ไม่สามารถควบคุมโรคได้ถ้าเชื้อเข้าทำลายพืชนั้นแล้ว พบว่าเปอร์เซ็นต์การเป็นโรคของกรรมวิธีใช้เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ก่อนที่พืชจะเป็นโรคแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากกรรมวิธีเปรียบเทียบ สามารถควบคุมและลดการเกิดโรคเหี่ยวของมะเขือเทศได้ 23.4 ถึง 80.0% การตรวจสอบปริมาณเชื้อ Rs ในดินบริเวณรากมะเขือเทศพบว่าทุกกรรมวิธีของเชื้อปฏิปักษ์มีประชากรเชื้อสาเหตุโรคลดลง ทดสอบการควบคุมโรคเหี่ยวของมันฝรั่งในสภาพแปลง ทดลองโดยการคลุกหัวพันธุ์มันฝรั่งก่อนปลูก ด้วยสารละลายเชื้ออัตราเดียวกับที่ใช้ในสภาพเรือนปลูกพืชทดลอง และราด้วยสารละลายเชื้ออัตราเดียวกันปริมาตร 10 มล./หลุม 4 ครั้ง แต่ละห่างกัน 7 วัน พบว่าทุกกรรมวิธีของการใช้เชื้อปฏิปักษ์สามารถควบคุมและลดการเกิดโรคเหี่ยวของมันฝรั่งได้ 15.8 ถึง 44.9% และมีเปอร์เซ็นต์การเป็นโรคต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อนำเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์ดังกล่าวทดสอบในสภาพแปลงเกษตรกรที่มีการระบาดของโรค พบว่าสามารถควบคุมการเกิดโรคดังกล่าวได้ 66.6 – 85.6% ให้ผลผลิตสูงกว่ากรรมวิธีเปรียบเทียบการทดสอบในสภาพแปลงที่ไม่มีการระบาดของโรค พบว่าการใช้เชื้อปฏิปักษ์สามารถให้ผลผลิตสูงกว่ากรรมวิธีเปรียบเทียบเช่นกัน การจำแนกชนิด (species) โดยวิธี Thin-layer chromatog-raphy พบว่าเชื้อปฏิปักษ์ทั้ง 5 ไอโซเลท เป็นเชื้อ Bacillus subtilis เชื้อปฏิปักษ์ที่มีประสิทธิภาพควบคุมโรคเหี่ยวในมันฝรั่งได้ดีกว่าเชื้ออื่น ๆ คือ DOA.WB 4 (Department of Agriculture, Wong Boonsuebsakul)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2006 วารสารวิชาการเกษตร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร