การวิเคราะห์ความหลากหลายทางพันธุกรรมและการจำแนกชนิดพันธุ์ปาล์มน้ำมัน ด้วยเครื่องหมายโมเลกุล

ผู้แต่ง

  • หทัยรัตน์ อุไรรงค์ สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ
  • อรรัตน์ วงศ์ศรี ศูนย์วิจัยปาล์มน้ํามันสุราษฎร์ธานี
  • นัยเนตร เจริญสันติ ทานากะ สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2017.9

คำสำคัญ:

เครื่องหมายโมเลกุล , ความหลากหลายทางพันธุกรรม, ปาล์มน้ำมันลูกผสมชนิดเทเนอรา

บทคัดย่อ

การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรม และตรวจวิเคราะห์ชนิดของปาล์มน้ำมันด้วยเครื่องหมายโมเลกุล โดยคัดเลือก SSR Markers 13 ตำแหน่ง ที่สามารถให้ความแตกต่างของประชากรปาล์มน้ำมัน 10 กลุ่มพันธุ์คือ DeliDura, AVROS, Yangambi, Nigeria, Calabar,Ghana, Ekona, DAMI, Tanzania และ La Me พบว่า กลุ่มพันธุ์พ่อที่มีความแตกต่างจากกลุ่มพันธุ์แม่และพันธุ์พ่ออื่น ๆ มากที่สุด คือ La Me รองลงมาได้แก่ Calabar, Nigeria, Tanzania และGhana กลุ่มพันธุ์ AVROS มีพันธุกรรมคล้ายพันธุ์แม่ Deli Dura มากที่สุด รองลงมาคือ DAMI จากการศึกษาพันธุกรรมของประชากร Deli Dura และลูกผสมต่างสปีชีส์ของ Elaeis guineensis
กับ E.oleifera โดยใช้ SSR Markers 32 ตำแหน่ง สามารถจำแนกกลุ่มพันธุ์ทั้งหมดออกจากกันได้ และพบว่า ไพรเมอร์ mEgCIR3428,mEg CIR3519 และ mEgCIR0874 เพียงพอที่จะใช้จำแนกพันธุ์ปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี 1-8 สำหรับการวิเคราะห์ชนิดของปาล์มน้ำมัน โดยการอ่านและเปรียบเทียบลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีนMADS-box ชนิด Dura Pisifera และ Tenera ของ 10 กลุ่มพันธุ์ จำนวน 129 ตัวอย่าง พบสนิปส์ที่สามารถแยกชนิดของปาล์มน้ำมันได้ คือ SNPENGC (T/C) ใน Ekona Ghana Nigeria และCalabar, SNPTaYa (A/T) ใน Tanzania
Yangambi, SNPDA (C/G) ใน DAMI, SNPLaAv (C/A) ใน La Me และ AVROS, SNPTan (C/G) ใน
Tanzania จากข้อมลู SNP ทีพ่ บได้พัฒนาไพรเมอร์และโพรบจำนวน 4 ชุด สำหรับตรวจสอบชนิดของปาล์มน้ำมันได้แม่นยำและรวดเร็วด้วยเครื่อง Real-time PCR เพื่อประโยชน์ในการตรวจควบคุมคุณภาพกล้าปาล์มน้ำมัน และคัดเลือกต้นพ่อพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-03-02

รูปแบบการอ้างอิง

อุไรรงค์ ห., วงศ์ศรี อ., & เจริญสันติ ทานากะ น. (2017). การวิเคราะห์ความหลากหลายทางพันธุกรรมและการจำแนกชนิดพันธุ์ปาล์มน้ำมัน ด้วยเครื่องหมายโมเลกุล. วารสารวิชาการเกษตร, 35(2), 117–135. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2017.9

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย