กระบวนการสร้างตราสินค้าและการสื่อสารการตลาดออนไลน์สินค้าเกษตรอินทรีย์

ผู้แต่ง

  • สุรชัย ศรีนรจันทร์ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  • บุหงา ชัยสุวรรณ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2019.14

คำสำคัญ:

สมาร์ทฟาร์มเมอร์, เกษตรอินทรีย์, การสร้างตราสินค้า, สื่อออนไลน์

บทคัดย่อ

สื่อมีอิทธิพลต่อการกระจายข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะสื่อออนไลน์มีส่วนช่วยให้สินค้าเกษตรไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการกระจายสินค้า จึงควรกระตุ้นให้เกษตรกรหันมาสนใจการพัฒนาตราสินค้าและการสือ่ สารออนไลนใ์ หม้ ากขึน้ งานวจิ ยั นจี้ งึ มงุ่เน้นในการศึกษากระบวนการสร้างตราสินค้าช่องทางการสื่อสารออนไลน์ของสินค้าเกษตรอินทรีย์จากกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ3 กลุ่มตราสินค้า ใน 3 จังหวัด คือ เชียงรายนครราชสีมา และราชบุรี โดยการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถาม และใช้เทคนิคการสัมภาษณ์เชิงลึกสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ จากการสร้างตราสินค้าและการสื่อสารการตลาดออนไลน์และประเมินความพึงพอใจของผ้บู ริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ จำนวน 300 ราย ด้วยวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัย พบว่า 1) กระบวนการสร้างตราสินค้าของทั้ง 3 ตราสินค้า ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอนที่ใกล้เคียงกัน ในขณะที่มีความแตกต่างในตัวผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ตราสินค้า คือ ผลิตภัณฑ์จากเมล่อน การออกแบบการทำเกษตรตามใจผู้บริโภค และ ผลิตภัณฑ์พืชท้องถิ่น 2) ด้านแนวคิดและรูปแบบช่องทางการสื่อสารการตลาดออนไลน์พบว่า ทั้ง 3 ตราสินค้าให้ความสำคัญไปที่แนวคิด “ออนไลน์ สู่ ออฟไลน์” ในขณะที่ทั้ง3 ตราสินค้า มีความแตกต่างกันด้านรูปแบบช่องทางการสื่อสาร

เอกสารอ้างอิง

Aaker, D. A. (1996). Building strong brand. New York : Free press.
Arnold, D. (1992). The handbook of brand management.: The British Press.
Keller, K. L. (2008). Strategic brand managment : Building, measuring, and managing brand equity (3rd ed.). Upper Sanddle River, NJ : Pearson.
Kotler Phillip. (1993). Principle of Marketing. 6 th ed. New Jersey : Prentice Hall.
กรมวิชาการเกษตร. (2553). รายงานสรุปการนำเข้าวัตถุอันตราย. https://as.doa.go.th/ard/stat2.php?cat=2.
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม. (2558). การศึกษาพัฒนาแนวทางการจัดการความเสี่ยงจากการเคมีกำจัดศัตรูพืชกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนด้วยกระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม ปีที่1: จังหวัดเชียงรายและจังหวัดน่าน.
กองวิจัยตลาดแรงงาน. (2559). ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอาชีพ ปี 2558 – 2562. กรมการจัดหางาน.
คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย Smart Farmer และ Smart Officer. (2556). คู่มือการขับเคลื่อนนโยบาย Smart Farmer และ Smart Officer. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายSmart FarmerและSmart Officer. (2555). แนวทางการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบาย Smart Farmer และ Smart Officer. Retrieved from https://www.cad.go.th/ewt_dl_link.php?nid=30261
ประดิษฐ์ จุมพลเสถียร. (2547). การสร้างแบรนด์และการสื่อสารการตลาด. ครั้งที่ 1. บริษัท แพ็คอินเตอร์กรุ๊ป จากัด, กรุงเทพฯ.
พรวลัย ประเสริฐวุฒิวัฒนา. (2559). รูปแบบารสื่อสารการตลาดออนไลน์เพื่อการสร้างแบรนด์ของสินค้าเกษตรอินทรีย์ กรณีศึกษากลุ่มเกษตรอินทรีย์ไร่รื่นรมย์. การค้นคว้าอิสระหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสื่อสารการตลาดดิจิทัล. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
ราตรี เม่นประเสริฐ. (2561). สศก.เผยมี Smart Farmer ทั่วประเทศ รวมกว่า 9.8 แสนราย (ออนไลน์). ฐานเศรษฐกิจ. Retrieved from https://www.thansettakij.com/content/228067
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2554). สรุปผลสำคัญการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร พ.ศ.2554. Retrieved from https://service.nso.go.th/nso/nsopublish/download/files/lfsSum54.pdf
สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดนครสวรรค์. (2558). การคุ้มครองสุขภาพจากการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย จังหวัดนครสวรรค์. เกษตรและอาหาร.
อรอนงค์ พึ่งชู. (2556). การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์และอิทธิพลต่อการตั้งใจซื้อสินค้าออร์แกนิคร้านค้าA ของผู้บริโภคในจังหวัดปทุมธานี. หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
อัจฉริยาพร ศรีหมื่นไวย. (2553). ทัศนคติต่อสินค้าเกษตรอินทรีย์ของผู้บริโภคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง1. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิตสาขวิชาเทคโนโลยีการจัดการ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-10-23

รูปแบบการอ้างอิง

ศรีนรจันทร์ ส., & ชัยสุวรรณ บ. (2019). กระบวนการสร้างตราสินค้าและการสื่อสารการตลาดออนไลน์สินค้าเกษตรอินทรีย์. วารสารวิชาการเกษตร, 37(2), 177–185. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2019.14

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย