ผลการใช้ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตระยะยาวต่อสมบัติทางเคมีของดินและผลผลิตข้าวทั้งในฤดูนาปรังและนาปีในศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี

ผู้แต่ง

  • วิวัฒน์ อิงคะประดิษฐ์ สถาบันวิจัยข้าว กรมวิชาการเกษตร
  • สุรพล จัตุพร ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี 72000

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2005.1

คำสำคัญ:

ข้าว, แอมโมเนียมซัลเฟต, สุพรรณบุรี 1

บทคัดย่อ

ศึกษาผลกระทบจากอิทธิพลของปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต ที่ใส่ต่อเนื่องนาน 34 ปีต่อสมบัติทางเคมีของดิน และการตอบสนองของข้าวพันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสงทั้งฤดูนาปรังและฤดูนาปี ที่ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี โดยเนินการตั้งแต่ฤดูนาปรังปี พ.ศ.2511 ถึงฤดูนาปี ปี พ.ศ.2545 เพื่อศึกษาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรด-ด่างของดิน อินทรีย์วัตถุในดิน ฟอสฟอรัสที่จะใช้ประโยชน์โพแทสเซียม กำมะถันและผลตอบสนองของข้าว ประกอบด้วย 2 การทดลอง แต่ละการทดลองวางแผนการทดลองแบบ Split plot มี 4 ซ้ำ โดยพันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง 3 พันธุ์ เป็น main plot เป็นปุ๋ย 7 ตำรับ sup plot ของการทดลองที่ 1 ดังนี้ 0-0-0 0-6-6 3-6-6 6-6-6 12-6-6 และ 18-6-6 กก. N-P2O5-K2O/ไร่ ส่วนการทดลองที่ 2 ใส่เฉพาะปุ๋ย N-P2O5 เท่านั้น เพื่อนำมาเปรียบเทียบการตอบสนองต่อปุ๋ยโพแทสเซียม จาการเก็บตัวอย่างดินและทำการวิเคราะห์ดินหลังการทดลองในฤดูนาปี พ.ศ. 2542 ทั้ง 2 การทดลองให้ผลไปในแนวทางเดียวกัน กล่าวคือ การใช้ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตในอัตราสูงขึ้น pH ของดินจะลดลง และจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อมีการใส่ในอัตราสูง การใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตในอัตราสูงขึ้น ทำให้ดินมีอินทรียวัตถุเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณของ P2O5 ที่เป็นประโยชน์ได้ในดินจะน้อยลง ส่วนปริมาณของ K2O ที่สกัดได้ไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับกรรมวิธีที่ไม่ใส่ปุ๋ย (0-0-0) ผลผลิตของข้าวไม่ตอบสนองต่อปุ๋ยโพแทสเซียม เนื่องจากสภาพของดินนาเป็นดินเหนียว การเจรญเติบโตของข้าว มีการตแบสนองต่อปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตอัตราที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตอัตรา 18.12 กก.N/ไร่ ให้การเจริญเติบโตและผลผลิตข้าวสูงขึ้น แตกต่างกับอัตรา 3 6 และ 9 กก.N/ไร่

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2005-03-20

รูปแบบการอ้างอิง

อิงคะประดิษฐ์ ว., & จัตุพร ส. (2005). ผลการใช้ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตระยะยาวต่อสมบัติทางเคมีของดินและผลผลิตข้าวทั้งในฤดูนาปรังและนาปีในศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี. วารสารวิชาการเกษตร, 23(1), 2–20. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2005.1

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย