ระบบการคุ้มครองพันธุ์พืชในประเทศไทย
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2003.14คำสำคัญ:
พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542, ระบบคุ้มครองพันธุ์พืชบทคัดย่อ
พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 เป็นระบบกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชเฉพาะที่ให้การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ พันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปและพันธุ์พืชป่า ทั้งนี้พันธุ์พืชใหม่และพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น ต้องจดทะเบียนจึงจะได้รับการคุ้มครอง ส่วนพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปและพันธุ์พืชป่า จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโดยไม่ต้องจดทะเบียน กล่าวคือ ผู้ใดเก็บ จัดหาหรือรวบรวมเพื่อปรับปรุงพันธุ์ศึกษาทดลอง หรือวิจัยเพื่อประโยชน์ในทางการค้า ต้องแบ่งปันผลประโยชน์ให้รัฐผ่านกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช กองทุนนี้จะให้เงินอุดหนุนกิจกรรมของชุมชนที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ การวิจัยและการพัฒนาพันธุ์พืช พันธุ์พืชใหม่ที่ขอจดทะเบียน ต้องเป็นพันธุ์พืชใหม่ที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน มีความแตกต่างจากพันธุ์อื่นอย่างเด่นชัด พร้อมกับมีความสม่ำเสมอและมีความคงตัวในลักษณะประจำพันธุ์ ซึ่งต้องดำเนินการปลูก ตรวจสอบคุณลักษณะตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด จนได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่เป็นหลักฐาน ให้เจ้าของ มีสิทธิแต่ผู้เดียวในการผลิต ขายและทำประโยชน์เพื่อการค้าอื่นๆ แต่ผู้ทรงสิทธิมีหน้าที่ติดเครื่องหมายในส่วนของพันธุ์พืชที่ขาย แบ่งปันผลประโยชน์เมื่อใช้พันธุ์พืชพื้นเมืองและพันธุ์พืชป่าเป็นฐานะ พันธุกรรมในการปรับปรุงพันธุ์ ต้องจ่ายบำเหน็จพิเศษกรณีที่มีลูกจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมปรับปรุงพันธุ์ด้วย อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสิทธิกรณีการกระทำโดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นส่วนขยายพันธุ์ หรือใช้ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า และปลูกพืชขยายพันธุ์ หรือใช้ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า และปลูกพืชขยายพันธุ์โดยเกษตรกร ส่วนพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่นนั้น การขดจดทะเบียนมีสองขั้นตอนคือ ขั้นต้นต้องจดทะเบียนชุมชน ขั้นต่อมาต้องให้องค์กรส่วนท้องถิ่นเป็นตัวแทนชุมชนไปจดทะเบียน จึงจะได้หนังสือสำคัญ แสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น ซึ่งชุมชนนั้นจะได้สิทธิในพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น เช่นเดียวกับสิทธิในพันธุ์พืชใหม่
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร