การศึกษาค่า Stomatal Conductance ในใบยางพารา
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2003.19คำสำคัญ:
การนำไหลของปากใบ, อุณหภูมิ; ความต้องการน้ำเพิ่มของอากาศ, ยางพาราบทคัดย่อ
เพื่อที่จะใช้ค่า stomatal conductance (gs) เป็นดัชนีหนึ่งในการคัดเลือกพันธุ์ยางโตเร็วและให้ผลผลิตสูงในสภาพปลูกที่ไม่ขาดแคลนน้ำ จึงดำเนินการศึกษาที่ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม พ.ศ. 2545 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ความแปรปรวนของค่า gsระหว่างพันธุ์ยาง ความแปรปรวนของ gs ในแต่ละช่วงเวลาของรอบวัน และหาความสัมพันธ์ระหว่าง gsกับปัจจัยทางสภาพแวดล้อม (2) การกระจายความถี่ของค่า gs ในใบยางพารา ซึ่งใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ 3 พันธุ์คือ RRIM 600, RRII 105 และ RRIT 251 และ (3) การกระจายความถี่ของค่า gs ในใบยางลูกผสม F1 progeny ของคู่ผสม RRIM 600(RRII 105 และ RRIM 600) RRIT 251 ผลการศึกษาพบความแปรปรวนของค่า gsในระหว่างพันธุ์ยาง 3 พันธุ์ที่ใช้ในการทดลองนี้ โดยพันธุ์ RRIM 600 มีค่า gsเฉลี่ยสูงที่สุด (667 mm-2s--1) และยังพบความแปรปรวนของค่า gs ในการวัดของแต่ละช่วงเวลาในรอบวัน โดยเฉลี่ย gs มีค่าสูงในช่วงเวลาประมาณ 09.30-11.30 น. ทั้งนี้เกิดจากอิทธิพลของสภาพแวดล้อมอากาศ โดยค่าสหสัมพันธ์ (coefficient of correlation) ระหว่าง gs กับความต้องการน้ำเพิ่มของอากาศ (VPD) มีค่าสูง แต่ค่าสหสัมพันธ์ระหว่าง gs กับอุณหภูมิมีค่าต่ำกว่ายกเว้นในพันธุ์ RRIT 251 ในใบยางพันธุ์ RRIM 600 ค่า gs กระจายความถี่มากในช่อง 400 และ mmolH2O m-2s--1 ในใบยางพันธุ์ RRII 105 ค่า gs กระจายความถี่มากในช่วง mmolH2O m-2s--1 ขณะที่ในใบยางพันธุ์ RRIT 251 ค่า gs กระจายความถี่มากในช่วง mmolH2O m-2s--1 สำหรับในสายพันธุ์ลูกผสม F1พบการกระจายของค่า gs ที่กว้างกว่าพันธุ์พ่อแม่ และมีบางสายพันธุ์ ใน F1ที่ใบมีค่า gs สูงกว่าพันธุ์พ่อแม่ประมาณ 3 เท่า
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร