การรวบรวมพันธุ์และการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาของมะเขือลักษณะผลสั้น
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.2020.21คำสำคัญ:
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์, มะเขือบทคัดย่อ
ประเทศไทยเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายของเชื้อพันธุ์มะเขือสูง แต่อิทธิพลทางการค้าทำให้ความหลากหลายของมะเขือลดลง งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม ประเมินลักษณะและอนุรักษ์เมล็ดเชื้อพันธุ์มะเขือไว้ในธนาคารเชื้อพันธุ์พืชมิให้สูญหาย และเพื่อใช้ในการคัดเลือกลักษณะดี สำหรับการปรับปรุงพันธุ์ที่ต้องการในอนาคต โดยการศึกษาเปรียบเทียบลักษณะทางสัณฐานวิทยาของมะเขือผลสั้น จำนวน 17 ตัวอย่างพันธุ์ในระยะตั้งแต่เมล็ดงอกจนถึงการออกดอกและติดผล ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร จ. พิจิตรระหว่างเดือนกรกฎาคม 2560 ถึงเดือนเมษายน 2561 วางแผนการทดลองแบบ RCB จำนวน 2 ซ้ำ พบว่า มะเขือ ผลสั้นที่ศึกษา สามารถจัดกลุ่มได้ 4 ประเภท คือ 1) ผลทรงกลมขนาดใหญ่สัดส่วนความยาวเท่ากับความกว้างผล ขนาดผลประมาณ 3.5 - 5 ซม. เนื้อสัมผัสปานกลางถึงเนื้อแน่น จำนวนเมล็ดมากกว่า 500 เมล็ด/ผล พบจำนวน 9 ตัวอย่าง 2) ผลทรงกลม ขนาดเล็ก สัดส่วนความยาวเท่ากับความกว้างผล ขนาดผลประมาณ 2 – 3 ซม. ออกดอกเป็นช่อมีจำนวนมากกว่า 3 ดอก/ช่อ ใช้เวลาสั้นในการติดผล จำนวนผลผลิตมากกว่า 150 ผล/ต้น เนื้อสัมผัสแน่น จำนวนเมล็ดประมาณ 300 เมล็ด/ผล พบจำนวน 3 ตัวอย่าง 3) ผลทรงรีสัดส่วนความยาวกว่าความกว้างผล ขนาดผลยาวประมาณ 4 – 5 ซม. กว้างประมาณ 2–3 ซม. เนื้อสัมผัสปานกลางถึงเนื้อแน่น มีรสชาติหวาน จำนวนเมล็ดมากกว่า 500 เมล็ด/ผล พบจำนวน 3 ตัวอย่าง และ4)ผลกลมแป้น สัดส่วนความยาวน้อยกว่าความกว้างผล ขนาดผลกว้าง ประมาณ 7 - 9 ซม. ผลมีร่องหยัก จำนวนผลผลิต น้อยกว่า 30 ผล/ต้น เนื้อสัมผัสหลวม จำนวนเมล็ด มากกว่า 500 เมล็ด/ผล พบจำนวน 2 ตัวอย่าง โดยมะเขือให้ผลผลิตสูงสุด 3 อันดับแรกเท่ากับ 324.25 –161.73 ผล/ต้น ได้แก่ มะเขือกรอบ/พันธุ์เวียดนาม (S42) มะเขือขาวกรอบ/พันธุ์ขาวพวง (S18) และมะเขือตอแหล (S71) เป็นมะเขือประเภทที่ 2 ส่วนมะเขือพันธุ์ก้านกบ (S38) และมะเขือพม่า (S62) เป็นมะเขือที่ให้ผลผลิตต่ำกว่า 30 ผล/ต้น ทั้ง 2 ตัวอย่าง เป็นมะเขือประเภทที่ 4 และมะเขือที่ให้ น้ำหนักผลผลิตต่อต้นสูงสุด 5 อันดับแรก (2,938.54 - 2,377.19 กรัม/ต้น) ได้แก่ มะเขือเปราะม่วง (S35) มะเขือลาย (S43) มะเขือคางกบ (S41) มะเขือ เปราะ/พันธุ์พิจิตร1(DOAVG 00007) ซึ่งเป็นมะเขือประเภทที่ 1 และมะเขือเปราะ/พันธุ์ลายรี(S28) เป็นมะเขือประเภทที่ 3
เอกสารอ้างอิง
บรภาค มิ่งมงคลมิตร. 2536. การศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาและการจำแนกเชื้อพันธุกรรมของพืชสกุลโซลานัม. ปัญหาพิเศษปริญญาตรี. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. 34 หน้า.
วสันต์ กฤษฎารักษ์. 2544. การปลูกผัก. โครงการหนังสือเกษตรชุมชน. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สำนักพิมพ์เกษตรสาส์น. นนทบุรี. 224 หน้า.
อภิชาต ศรีสะอาด และจันทรา อู่สุวรรณ.2556. แนวทาง...และแบบการเพาะปลูกสารพัดมะเขือทำเงิน. พิมพ์ครั้งที่1. นาคาอินเตอร์
มีเดียว กรุงเทพมหานคร. 104 หน้า
Arias, I.C. 2009. Selection of new eggplant (Solanum melongena L.) lines. DoctoralThesis.Facultyof Agiculture
and Horticulture. The Humboldt University in Berlin. 122 p.
Bhat, K.L. 2011. Brinjal (Solanum melongena Linn.). Daya Publishing House, New Delhi, 209 p.
Isshiki, S., H. Okubo, N. Oda and K. Fujieda. 1994. Isozume variation in eggplant (Solanum melongena L.). J. Japan. Sci. Hort. Sci. 63(1): 115-120.
ISTA. 1999. International Rules for Seed Testing. Seed Sci. & Technol. 27: 1-333.
Naujeer, H.B. 2009. Morphological diversity in eggplant (Solanum melongena L.), their related species and wild types conserved at the National gene bank in Mauritius. Master’s thesis. International Master Programme at the Swedish Biodiversity Centre. CBM Swedish Biodiversity Centre No.57. 74 p.
Ohwi, J. 1965. Flora of Japan (in English). National Science Museum. Tokyo, 1067 p.
Yamaguchi, M. 1983. World Vegetables. AVI. Westport, Conneticut, 415 p.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 วารสารวิชาการเกษตร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร