ศึกษาวิธีการใส่ปุ๋ยร่วมกับการกำจัดวัชพืชในนาดำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ผู้แต่ง

  • เพ็ญศรี นันทสมสราญ โครงการความร่วมมือระหว่างไทยและสถาบันวิจัยเรื่องข้าวระหว่างประเทศ
  • ประสาน วงศาโรจน์ โครงการความร่วมมือระหว่างไทยและสถาบันวิจัยเรื่องข้าวระหว่างประเทศ

DOI:

https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1999.5

คำสำคัญ:

วิธีการใส่ปุ๋ย, การกำจัดวัชพืช, ข้าวนาดำ

บทคัดย่อ

การทดลองการใส่ปุ๋ยร่วมกับการกำจัดวัชพืชนาดำ ดำเนินการทดลองที่จังหวัดอุบลราชธานี ในปี 2536 วางแผนการทดลองแบบ Split plot design in RCB จำนวน 4 ซ้ำ วิธีการใส่ปุ๋ยเป็น main plot จำนวน 4 วิธี ได้แก่ 1) การใส่ปุ๋ยแต่งหน้า 1 ครั้ง ก่อนระยะกำเนิดช่อดอก 7 วัน 2) การใส่ปุ๋ยแต่งหน้า 2 ครั้ง ก่อนระยะกำเนิดช่อดอก 7 วัน และหลังกำเนิดช่อดอก 7 วัน 3) กำใส่ปุ๋ยพืชสด (Aeschynomene afraspera) 4) ไม่มีการใส่ปุ๋ย และวิธีการกำจัดวัชพืช เป็น sub plot 3 วิธีการ ได้แก่ 1) กำจัดวัชพืชด้วยเครื่องมือ planet junior ที่ 30 วันหลังปักดำ 3) ไม่มีการกำจัดวัชพืช ผลการทดลอง พบว่า การใส่ปุ๋ยแต่งหน้า 2 ครั้งมีผลทำให้ข้าวมีจำนวนรวงดีสูงกว่าวิธีอื่น ๆ ทั้งใส่ปุ๋ยแต่งหน้า 1 หรือ 2 ครั้ง ไม่แตกต่างกันทางสถิติ แต่ก็สูงกว่าวิธีใส่ปุ๋ยพืชสด และไม่ใส่ปุ๋ยอย่างมีนัยสำคัญ การใส่ปุ๋ยอนินทรีย์ 2 วิธีการทำให้ข้าวสูงกว่าใส่ปุ๋ยพืชสดหรือไม่ใส่ปุ๋ย ส่วนวิธีการกำจัดวัชพืชไม่มีผลต่อการแตกกอ จำนวนรวง และความสูง อย่างไรก็ตามจำนวนวัชพืชในกรรมวิธีไม่กำจัดวัชพืชมีประชากรสูงกว่าในการกำจัดวัชพืชด้วยมือและเครื่องมือ แต่จำนวนต้นวัชพืชมีปริมาณใกล้เคียงกัน 4 วิธีการของการใส่ปุ๋ย ส่วนน้ำหนักแห้งของวัชพืชวิธีการถอนด้วยมือทำให้วัชพืชน้อยที่สุด และการใส่ปุ๋ยเคมีทั้ง 2 วิธีมีผลทำให้น้ำหนักวัชพืชสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญกับวิธีปุ๋ยพืชสด และไม่มีการใส่ปุ๋ย ซึ่งเป็นผลทำให้ผลผลิตของข้าวในวิธีแบ่งใส่ปุ๋ยแต่งหน้า 2 ครั้ง สูงที่สุด แต่ไม่ต่างจากใส่ปุ๋ยแต่งหน้า 1 ครั้ง ซึ่งวิธีการไม่ใส่ปุ๋ยผลผลิตสูญเสียจากวิธีที่ดีที่สุดถึง 30% สำหรับการกำจัดวัชพืชด้วยมือถอนให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีไม่กำจัดวัชพืช ประมาณ 15%

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

1999-03-11

รูปแบบการอ้างอิง

นันทสมสราญ เ., & วงศาโรจน์ ป. (1999). ศึกษาวิธีการใส่ปุ๋ยร่วมกับการกำจัดวัชพืชในนาดำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิชาการเกษตร, 17(1), 45–51. https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1999.5

ฉบับ

ประเภทบทความ

งานวิจัย