การประเมินความเสียหายของฝ้ายจำลองพันธุ์ Bt ต่อการทำลายของหนอนเจาะสมอฝ้าย
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1999.7คำสำคัญ:
ฝ้ายจำลองพันธุ์ Bt, หนอนเจาะสมอฝ้ายบทคัดย่อ
ทำการศึกษาที่ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ สถานีทดลองพืชไร่ศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย และสถานีทดลองพืชไร่เลย ระหว่างเดือนมิถุนายน 2540-มกราคม 2541 ฝ้ายจำลองพันธุ์ Bt (ฝ้ายบีที) NuCOTN 38B และ NuCOTN 35B เปรียบเทียบกับพันธุ์แนะนำศรีสำโรง 60 พันธุ์ DP 5415 (พันธุ์ที่ไม่มี Bt gene) และพันธุ์ซูดาน วางแผนการทดลองแบบ Strip plot มี 4 ซ้ำ มีปัจจัยที่ 1 คือการไม่พ่นสารฆ่าแมลงและพ่นสารฆ่าแมชง และมีฝ้ายพันธุ์ต่าง ๆ เป็นปัจจัยที่ 2 ผลการทดลองพบว่าฝ้ายบีทีสามารถต้านทานการทำลายของหนอนเจาะสมอฝ้ายได้ดีในทุกท้องที่ทดสอบ พบจำนวนหนอนน้อยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับ ศรีสำโรง 60 และพันธุ์อื่น ๆ ที่ทดสอบฝ้ายบีทีให้ผลผลิตสูงกว่าศรีสำโรง 60 และ พันธุ์อื่น ๆ ในสภาพหนอนระบาดสูงที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยให้ผลผลิตเฉลี่ย 433 และ 464 กก./ไร่ ในสภาพไม่พ่นสาร และพ่นสารฆ่าแมลง ตามลำดับ ส่วนฝ้ายศรีสำโรง 60 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 16 และ 151 กก./ไร่ ในสภาพไม่พ่นสารและพ่นสารฆ่าแมลงตามลำดับ ฝ้ายบีทีและศรีสำโรง 60 ให้ผลผลิตใกล้เคียงกันในสภาพหนอนระบาดต่ำ ที่สถานีทดลองพืชไร่ศรีสำโรง ฝ้ายบีทีที่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 213 และ 264 กก./ไร่ ในสภาพไม่พ่นสารและพ่นสารฆ่าแมลง ตามลำดับ ส่วนฝ้ายศรีสำโรง 60 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 187 และ 195 กก./ไร่ ในสภาพไม่พ่นสารและพ่นสารฆ่าแมลงตามลำดับฝ้ายบีทีให้ผลผลิตต่ำกว่าฝ้ายศรีสำโรง 60 ในสภาพที่มีการระบาดของโรคใบหงิก ที่สถานีทดลองพืชไร่เลย เนื่องจากฝ้ายบีทีไม่ต้านทานต่อโรคใบหงิก ส่วนศรีสำโรง 60 ค่อนข้างต้านทานต่อโรคใบหงิก โดยฝ้ายบีทีให้ผลผลิตเฉลี่ย 264 และ 266 กก./ไร่ ในสภาพไม่พ่นสารและพ่นสารฆ่าแมลงตามลำดับ ส่วนศรีสำโรง 60 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 314 และ 381 กก./ไร่ ในสภาพไม่พ่นสารและพ่นสารฆ่าแมลงตามลำดับ
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร