การใช้สารแคลเซียมในช่วงก่อนการเก็บเกี่ยวเพื่อเพิ่มคุณภาพและการเก็บรักษาของผลลองกอง
DOI:
https://doi.org/10.14456/thaidoa-agres.1998.1คำสำคัญ:
ผลลองกอง, แคลเซียม, การเก็บรักษา, การเจริญเติบโตและการพัฒนาของผลบทคัดย่อ
ทำการศึกษาการเจริญเติบโตและการพัฒนาของช่อลองกอง พร้อมกับการศึกษาความเข้มข้นของแคลเซียมระดับต่าง ๆ กันคือ 0.0, 0.10 , 0.25 , 0.50 และ 0.75% ฉีดพ่นช่อผลลองกองในช่วงการพัฒนาผล ที่สวนเกษตรกร 2 แห่ง คือ อ. บ้านนาสาร จ. สุราษฎร์ธานี และ อ. ท่าศาลา จ. นครศรีธรรมราช ในฤดูกาลให้ผลผลิตประจำปี พ.ศ. 2538 พบว่าระยะเวลาการพัฒนาของช่อผลลองกองนับจากระยะเริ่มพัฒนาดอกจนถึงเก็บเกี่ยว (physiological maturity) เท่ากับ 139+-7 วัน และการพัฒนาของผลใช้เวลา 91+-5 วัน การใช้แคลเซียมความเข้มข้น 0.50 และ 0.75% สามารถลดการหลุดร่วงและการแตกของผลได้ 30.20% (อ. บ้านนาสาร) และ 16.00% (อ. ท่าศาลา) เมื่อเปรียบเทียบกับช่อผลที่ไม่ได้ฉีดพ่น และการใช้แคลเซียที่ความเข้มข้น 0.50 และ 0.75% ทำให้มีจำนวนผลต่อช่อ และน้ำหนักผลเพิ่มขึ้นจาก control อย่างไรก็ตามสภาพของแหล่งปลูก และความสมบูรณ์ของต้นตลอดจนสภาพแวดล้อมในช่วงการพัฒนาช่อผลจะมีผลต่อเปอร์เซ็นต์การติดผลของลองกองมากกว่าการฉีดพ่นแคลเซียม
แคลเซียมมีผลต่ออายุการเก็บรักษาคือ ทำให้อายุการเก็บรักษายาวนานขึ้น สำหรับการเก็บรักษาช่อผลลองกอง พบว่า การเก็บรักษาแบบใช้พลาสติก film wrapping ร่วมกับอุณหภูมิ 17 ซ. สามารถเก็บรักษาผลลองกองได้ยาวนานที่สุด คือ 18-21 วัน ในขณะที่ช่อผลลองกองที่เก็บรักษาในสภาพห้อง มีอายุการเก็บรักษาเพียง 6-8 วัน และพบว่าการใช้อุณหภูมิมีอิทธิพลต่ออายุการเก็บรักษาผลลองกองมากกว่าการใช้พลาสติก และระดับแคลเซียมที่ฉีดพ่นในช่วงการพัฒนาผล
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารวิชาการเกษตร